
ลองเปิดเว็บเอเจนซี่ยิงแอดสักสิบเจ้า ส่วนใหญ่จะไม่เขียนราคาไว้ มีแต่ปุ่ม "ขอใบเสนอราคา" คนที่กำลังจะจ้างเลยต้องเดาเองว่าเดือนละหนึ่งหมื่นถูกไหม สามหมื่นแพงไปหรือเปล่า และที่แย่กว่านั้นคือหลายคนเอา "ค่าจ้าง" ไปปนกับ "ค่าโฆษณา" จนไม่รู้ว่าเงินทั้งก้อนไปไหนบ้าง
คำตอบสั้น ๆ ก่อนลงรายละเอียด: ค่าจ้างยิงแอด Facebook ไม่มีราคากลาง เพราะแต่ละเจ้าคิดเงินคนละโครงสร้าง ของ BizCraft คิดค่าบริการคงที่ 20,000฿/เดือน ครอบคลุม 2 ช่องทาง แต่ตัวเลขที่ผมอยากให้คุณดูมากกว่าราคาคือสองข้อ — ค่าจ้างนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของงบโฆษณา และเขาต้องทำให้ผลดีขึ้นเท่าไหร่ ค่าจ้างก้อนนี้ถึงจะไม่ขาดทุน สองข้อนี้ผมคำนวณให้ดูข้างล่างเลย
ค่าจ้างกับค่าโฆษณา Facebook ต่างกันยังไง ทำไมสองก้อนนี้ถูกเอามาปนกันบ่อยนัก
มีเงินสองก้อนที่ไหลออกจากธุรกิจคุณทุกเดือน ก้อนแรกคือ ค่าโฆษณา เงินที่จ่ายให้ Meta ตัดจากบัตรหรือบัญชีของธุรกิจตรง ๆ ก้อนที่สองคือ ค่าจ้าง เงินที่จ่ายให้คนหรือเอเจนซี่ที่ดูแลบัญชีให้ ก้อนแรกไปตามที่คุณตั้งงบ ก้อนที่สองไปตามที่ตกลงกันในสัญญา และสองก้อนนี้ไม่ควรถูกรวมเป็นยอดเดียว
เหตุผลที่ผมย้ำเรื่องการแยกก็เพราะวันที่ผลไม่ดี คุณต้องรู้ให้ได้ว่าเงินหายไปที่ก้อนไหน ถ้ารวมกันมาเป็นยอดเดียว ทั้งแยกไม่ได้ว่าค่าแอดแพงขึ้นเพราะตลาด หรือค่าจ้างแพงเกินงาน ส่วนเรื่องต้นทุนฝั่งค่าโฆษณาเองว่าธุรกิจไทยจ่ายกันเท่าไหร่ ผมเขียนแยกไว้ในบทความ ค่าโฆษณา Facebook เท่าไหร่ ต้นทุนจริงที่ธุรกิจไทยจ่าย บทความนี้คุยกันเฉพาะก้อนค่าจ้าง
ค่าจ้างดูแลแอดคิดกันกี่แบบ แล้วแบบไหนทำให้เขาอยากให้คุณเพิ่มงบ
โครงสร้างที่เจอบ่อยมีสามแบบ คือค่าบริการคงที่รายเดือน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของงบโฆษณา และคิดเป็นชิ้นงานหรือรายแคมเปญ แต่ละแบบสร้างแรงจูงใจต่างกันมาก ประเด็นที่ผมให้น้ำหนักคือ "ถ้าเขาทำให้คุณใช้งบน้อยลงแต่ได้ลูกค้าเท่าเดิม เขาได้อะไร" ถ้าคำตอบคือรายได้เขาลดลง แปลว่าโครงสร้างนั้นกำลังทำงานสวนทางกับคุณ
รายละเอียดเปรียบเทียบเต็ม ๆ ผมแยกไว้อีกบทความหนึ่งแล้ว ดูได้ที่ ค่าดูแลแอดคิดยังไง — % ของงบโฆษณา vs เหมาจ่ายรายเดือน ส่วนตรงนี้ผมขอลงที่ตัวเลขจริงของโครงสร้างที่ผมใช้เองแทน
ลองแทนตัวเลขจริงดู ที่งบเท่าไหร่ค่าจ้างถึงเริ่มเบา
ตารางนี้คิดจากโครงสร้างของ BizCraft (ค่าบริการ 20,000฿ ครอบคลุม 2 ช่องทาง บวก 20% ของส่วนที่งบเกิน 100,000฿) เทียบกับแบบสมมติที่คิด 15% ของงบทั้งก้อน คอลัมน์สุดท้ายเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ราคาของเอเจนซี่เจ้าใดเจ้าหนึ่ง
| งบโฆษณา/เดือน | ค่าจ้างแบบ BizCraft | คิดเป็น % ของงบ | แบบสมมติ 15% ของงบ |
|---|---|---|---|
| 50,000฿ | 20,000฿ | 40% | 7,500฿ |
| 100,000฿ | 20,000฿ | 20% | 15,000฿ |
| 200,000฿ | 40,000฿ | 20% | 30,000฿ |
| 500,000฿ | 100,000฿ | 20% | 75,000฿ |
อ่านตารางแล้วจะเห็นเรื่องที่ผมไม่อยากปิดไว้ คือที่งบ 50,000฿ ค่าจ้างของผมคิดเป็นถึง 40% ของงบ ซึ่งไม่ใช่ราคาถูก และผมไม่เคยบอกว่าถูก จึงเป็นเหตุผลที่ผมตั้งเงื่อนไขรับงานที่งบตั้งแต่ 50,000฿/เดือนขึ้นไป และอยากให้คุณถามตัวเองก่อนว่าที่งบระดับนี้ ค่าจ้างก้อนนี้จะคุ้มหรือไม่ ซึ่งก็คือหัวข้อถัดไป
ค่าจ้างเท่ากับ 20% ของงบ ต้องทำให้ผลดีขึ้นเท่าไหร่ถึงจะไม่ขาดทุน
สมมติคุณยิงเองด้วยงบ 100,000฿/เดือน แล้วปิดลูกค้าได้ 40 คน ต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดได้คือ 2,500฿ (ตัวเลขข้างล่างทั้งหมดเป็นสมมติฐานเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้ารายใด) พอจ้างคนดูแลแล้วค่าจ้าง 20,000฿ ต้นทุนรวมของเดือนนั้นกลายเป็น 120,000฿
- ถ้าผลเท่าเดิม ลูกค้า 40 คน ต้นทุนต่อคนขึ้นเป็น 3,000฿ — จ่ายเพิ่มโดยไม่ได้อะไร
- ถ้าได้ลูกค้า 48 คน (เพิ่ม 20%) ต้นทุนต่อคนกลับมา 2,500฿ — นี่คือจุดคุ้มทุน ยังไม่มีกำไรจากการจ้าง
- ถ้าได้ลูกค้า 54 คน (เพิ่ม 35%) ต้นทุนต่อคนเหลือประมาณ 2,222฿ — เริ่มคุ้มจริง
- หรือถ้าลดงบเหลือ 80,000฿ แต่ยังได้ลูกค้า 40 คน ต้นทุนรวม 100,000฿ ต่อคนเท่ากับ 2,500฿ — เท่าทุนเหมือนกัน ลดงบก็นับเป็นผลงานได้ไม่ต่างจากหาลูกค้าเพิ่ม
ข้อสรุปที่ได้คือ ค่าจ้างที่เท่ากับ 20% ของงบ ต้องทำให้ผลดีขึ้นอย่างน้อย 20% ก่อนจะเริ่มพูดถึงกำไร ถ้าคนที่คุณจะจ้างบอกว่า "ได้ผลแน่นอน" โดยไม่บอกว่าจะขยับเลขตัวไหนเท่าไหร่ ให้ถามต่อว่าเขาจะวัดว่าครบ 20% นั้นยังไง
เลขตัวที่ควรขอให้เขาโชว์: ต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดได้จริง (หรือต่อคนที่มาถึงหน้าร้านจริง) ก่อนจ้างหนึ่งเดือนและหลังจ้างหนึ่งเดือน ไม่ใช่จำนวนแชทหรือต้นทุนต่อแชท เพราะสองตัวหลังขยับให้สวยได้ง่ายโดยไม่มีลูกค้าเพิ่มสักคน
จากบัญชีที่ผมดูแล เดือนที่ผลดีที่สุดคือเดือนที่ผมลดงบลงได้
ผมเลือกเล่าเคสกลุ่มการศึกษาที่ดูแลมา เพราะมันตอบคำถามเรื่องแรงจูงใจได้ตรงที่สุด เคสนี้มี 3 BU และวิธีที่ผมใช้ไม่ใช่การเพิ่มงบ แต่เป็นการตั้งเกณฑ์คัดลีด แล้วให้ระบบไปหาคนหน้าตาเหมือนคนที่เข้าเกณฑ์จริง พร้อมตัดกลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าออก ผลคือต้นทุนต่อแชทลดลง ROAS ขยับขึ้น และงบรวมที่ใช้ลดลงเกินครึ่ง
* ตัวเลขจากบัญชีจริงที่เราดูแล ปิดชื่อแบรนด์ตามข้อตกลงกับลูกค้า และผลของแต่ละธุรกิจต่างกันตามสินค้า ราคา และทีมที่ตอบแชท
ลองคิดย้อนดู ถ้าตอนนั้นค่าจ้างของผมผูกกับเปอร์เซ็นต์ของงบ รายได้ผมจะหายไปราว 60% ในเดือนที่ลูกค้าได้ผลดีที่สุด คนที่ไม่รู้เรื่องนี้ก็จะแปลกใจว่าทำไมบางเจ้าถึงเชียร์ให้เพิ่มงบแทบทุกเดือน เขาอาจไม่ได้เจตนาไม่ดี แต่โครงสร้างค่าจ้างบังคับให้ทิศทางของเขาเป็นแบบนั้น ผมเลือกโครงสร้างคงที่ก็เพราะอยากเป็นคนที่ลดงบให้ลูกค้าได้โดยไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังตัดรายได้ตัวเอง
อะไรควรรวมอยู่ในค่าจ้างอยู่แล้ว และอะไรที่ควรถามให้ชัดก่อนเซ็น
| รายการ | ควรอยู่ในค่าจ้างไหม | สิ่งที่ควรถาม |
|---|---|---|
| วางโครงแคมเปญและกลุ่มเป้าหมาย | ควรรวม | วางจากข้อมูลอะไร ไม่ใช่แค่ตั้งตาม template |
| ปรับแอดและงบรายสัปดาห์ | ควรรวม | ปรับบ่อยแค่ไหน และเห็นบันทึกการเปลี่ยนแปลงได้ไหม |
| ติดตั้ง pixel และ conversion tracking | ควรรวม | วัดอะไรเป็น "ลูกค้า" จริง ไม่ใช่แค่แชทเข้า |
| รายงานรายเดือน | ควรรวม | มีต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดได้ไหม ไม่ใช่แค่ยอดแชท |
| ค่าโฆษณาที่จ่ายให้ Meta | แยกคนละก้อน | จ่ายผ่านบัตรของธุรกิจเองหรือผ่านเอเจนซี่ ถ้าผ่านเอเจนซี่ให้ขอใบเสร็จเทียบกับ Meta ได้ |
| งานผลิตภาพและวิดีโอโฆษณา | มักคิดเพิ่ม | BizCraft ไม่รับงานส่วนนี้ ถ้าเจ้าไหนรวมมาให้ ให้ถามเรื่องคุณภาพและใครเป็นเจ้าของไฟล์ |
6 ข้อที่ควรถามก่อนโอนค่าจ้างเดือนแรก
- ค่าจ้างผูกกับงบโฆษณาไหม ถ้าผมลดงบลงได้โดยผลเท่าเดิม รายได้ของพี่เปลี่ยนยังไง
- รายงานของพี่มีบรรทัดต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดได้จริงไหม ถ้าไม่มี ผมต้องส่งข้อมูลอะไรกลับให้
- พี่ตั้งเกณฑ์ว่าแชทแบบไหนคือแชทที่ใช้ได้ไว้ที่ไหน แล้วเอาเกณฑ์นั้นไปสอนระบบโฆษณาต่อยังไง
- บัญชีโฆษณา pixel และกลุ่มเป้าหมายที่สะสมอยู่ในชื่อใคร ถ้าเลิกจ้างผมเอากลับได้ครบไหม
- การยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาตามกฎใหม่ในไทยที่เริ่ม 1 พ.ย. 2569 ใครเป็นคนทำ และใช้ชื่อใครเป็นผู้ลงโฆษณา (รายละเอียดอยู่ในบทความ กฎใหม่ยิงแอดต้องยืนยันตัวตน)
- สัญญาขั้นต่ำกี่เดือน และยกเลิกกลางทางได้ไหม
กรณีไหนที่ยังไม่ควรจ้างใครดูแลแอด Facebook เลย
- งบต่ำกว่า 50,000฿/เดือน — ตามตารางข้างบน ค่าจ้างจะกินสัดส่วนของงบสูงจนต้องทำให้ผลดีขึ้นมากเกินจริงถึงจะคุ้ม ช่วงนี้เรียนรู้ยิงเองก่อนดีกว่า
- ยังไม่มีคนตอบแชทในเวลาที่คนทักเข้ามา — ต่อให้แอดดีแค่ไหน ลูกค้าที่ทักแล้วเงียบจะหายไปก่อนถึงตัวเลขที่เราวัดได้
- ยังไม่มีบันทึกว่าใครปิดการขายได้จริง — ถ้าไม่รู้ว่าแชทไหนกลายเป็นลูกค้า คนดูแลแอดก็ไม่มีอะไรให้วัดนอกจากยอดแชท
- คาดหวังการรับประกันยอดขาย — ใครรับประกันตัวเลขให้ได้ก่อนเห็นข้อมูลบัญชีคุณ ผมแนะนำให้ระวังไว้
- ต้องการคนผลิตภาพและวิดีโอโฆษณาเป็นหลัก — BizCraft ไม่รับงานผลิตส่วนนี้ ควรหาทีมผลิตแยก แล้วค่อยให้เราดูเรื่องการยิงและการวัดผล
คำถามที่ถูกถามบ่อยเรื่องจ้างยิงแอด Facebook
จ้างยิงแอด Facebook ค่าจ้างเดือนละเท่าไหร่
ไม่มีราคากลาง เพราะแต่ละเจ้าคิดเงินคนละโครงสร้าง แบบที่ BizCraft ใช้คือค่าบริการคงที่ 20,000฿/เดือน ครอบคลุม 2 ช่องทาง เพิ่มช่องทางละ 10,000฿ และถ้ายอดใช้จ่ายโฆษณาเกิน 100,000฿/เดือน คิด service fee 20% เฉพาะส่วนที่เกิน (ไม่รวมงานผลิต content) ตัวเลขที่ควรดูควบคู่คือค่าจ้างคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของงบ และต้องทำให้ผลดีขึ้นเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่าจ้างนั้น
ค่าจ้างยิงแอดกับค่าโฆษณา Facebook ต่างกันอย่างไร
ค่าโฆษณาคือเงินที่จ่ายให้ Meta เพื่อซื้อพื้นที่แสดงแอด ตัดจากบัตรหรือบัญชีของธุรกิจโดยตรง ส่วนค่าจ้างคือเงินที่จ่ายให้คนหรือเอเจนซี่ที่ดูแลบัญชี สองก้อนนี้ควรแยกกันชัดเจนในรายงานและในใบเสนอราคา
งบโฆษณาเท่าไหร่ถึงคุ้มที่จะจ้างคนดูแลแอด Facebook
ประมาณ 50,000฿/เดือนขึ้นไป ต่ำกว่านั้นข้อมูลต่อสัปดาห์น้อยเกินกว่าจะแยกได้ว่าผลที่เห็นเป็นฝีมือหรือความผันผวน และค่าจ้างจะกินสัดส่วนของงบสูงจนต้องทำให้ผลดีขึ้นมากกว่าจะคุ้ม
จ้างเอเจนซี่ยิงแอดแล้ว บัญชีโฆษณาควรอยู่ในชื่อใคร
ควรอยู่ใต้ Business ของเจ้าของธุรกิจ โดยให้เอเจนซี่เข้ามาดูแลด้วยสิทธิ์ที่เพิกถอนได้ ถ้าวันหนึ่งเลิกจ้างจะไม่เสียทั้งบัญชี ข้อมูล pixel และกลุ่มเป้าหมายที่สะสมมา โดยเฉพาะช่วงที่กฎยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาในไทยเริ่มมีผลวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
สรุปสั้นที่สุด: อย่าเทียบแค่ว่าใครถูกกว่าใคร ให้เทียบว่าค่าจ้างนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของงบ แล้วคนที่จะจ้างยอมให้วัดผลด้วยต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดได้จริงหรือเปล่า ถ้าตอบสองข้อนี้ได้ชัด ราคาจะกลายเป็นเรื่องรองไปเอง
อยากรู้ว่าค่าจ้างดูแลแอด Facebook ที่คุณจ่ายอยู่ หรือกำลังจะจ่าย ต้องทำให้ผลดีขึ้นเท่าไหร่ถึงจะคุ้ม? ส่งตัวเลขงบกับยอดลูกค้าล่าสุดมา ผมช่วยคำนวณจุดคุ้มทุนให้
ขอ Ad Health Check ฟรี