เจ้าของธุรกิจที่งบโฆษณาเริ่มโตขึ้น มักมาถึงจุดที่ต้องเลือกระหว่างจ้างพนักงานยิงแอดเอง กับจ้างเอเจนซี่ภายนอก แล้วส่วนใหญ่ก็เอาตัวเลขสองอันมาวางเทียบกันตรง ๆ เงินเดือนเท่านี้ ค่าบริการเท่านี้ อันไหนถูกกว่าก็เอาอันนั้น

คำตอบสั้น คือ ถ้างบโฆษณาต่อเดือนยังไม่ถึงประมาณ 50,000 บาท จ้างพนักงานเองหรือทำเองมักคุ้มกว่า เพราะค่าบริการจะกินสัดส่วนของงบสูงเกินไป แต่พองบข้ามจุดนั้นไปแล้ว ตัวแปรที่ตัดสินไม่ใช่ค่าตัวต่อเดือนอีกต่อไป มันคือ "ใครจะทำให้ทุกเปอร์เซ็นต์ของ ROAS ขยับได้เร็วกว่ากัน" เพราะที่งบระดับนั้น ROAS ที่ดีขึ้น 20% มีมูลค่ามากกว่าส่วนต่างค่าจ้างทั้งเดือน

ปัญหาคือทั้งสองทางมีต้นทุนที่ไม่ได้อยู่ในใบเสนอราคา และมันคนละชนิดกันด้วย

ลองคิดเลขจริง ๆ ดูก่อน ว่าสองทางนี้ต่างกันเท่าไหร่

ตัวเลขฝั่งเงินเดือนข้างล่างเป็นช่วงราคาตลาดที่ใช้เป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อมูลจากบัญชีที่เราดูแลใส่ตัวเลขจริงของธุรกิจคุณแทนได้เลย ส่วนฝั่งเอเจนซี่คือค่าบริการจริงของ BizCraft

หัวข้อจ้างพนักงานเองจ้างเอเจนซี่
ค่าตัวต่อเดือนประมาณ 25,000–40,000฿ สำหรับคนยิงแอดที่มีประสบการณ์ 2–3 ปี20,000฿ ดูแล 2 ช่องทาง (เพิ่มช่องทางละ 10,000฿)
ต้นทุนแฝงที่มากับค่าตัวประกันสังคมฝั่งนายจ้าง โบนัส วันลา ที่นั่ง อุปกรณ์ คอร์สอบรมไม่มีจ่ายเท่าที่ตกลง
กว่าจะทำงานได้เต็มที่2–3 เดือนแรกยังเรียนรู้สินค้าและลูกค้าของคุณอยู่อ่านบัญชีและบอกจุดรั่วได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก
ถ้าคนคนนั้นหายไปเริ่มหาใหม่ เทรนใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ระหว่างนั้นแอดไม่มีคนดูเปลี่ยนคนในทีมได้ ประวัติการตัดสินใจยังอยู่
เบนช์มาร์กเทียบกับตลาดเห็นแค่บัญชีตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเลขที่ได้ดีหรือแย่กว่าค่าเฉลี่ยเห็นบัญชีอื่นในสายเดียวกัน รู้ว่าตัวเลขไหนผิดปกติ
ควบคุมงานรายวันสั่งงานได้ทันที เห็นการทำงานทุกวันต้องตั้งจังหวะรายงานให้ชัดตั้งแต่แรก ไม่งั้นจะรู้สึกห่าง
เหมาะกับงบเท่าไหร่ต่ำกว่า 50,000฿/เดือน50,000฿/เดือนขึ้นไป

จะเห็นว่าพอเอาต้นทุนแฝงมาใส่ด้วย ส่วนต่างมันแคบกว่าที่คิดตอนเทียบเงินเดือนกับค่าบริการเปล่า และช่องที่ตัดสินจริง ๆ กลับเป็นสามช่องล่าง ไม่ใช่ช่องบนสุด

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของการจ้างพนักงานเอง

นอกจากเงินเดือน สิ่งที่แพงที่สุดคือเวลาเวลาที่คุณต้องใช้เทรนให้เขาเข้าใจธุรกิจตั้งแต่ศูนย์ และเวลาที่เสียไปตอนเขาลาออกแล้วต้องเริ่มใหม่ทั้งกระบวนการ ธุรกิจที่เจอวงจรนี้สองรอบมักพบว่าปีนั้นแอดแทบไม่ได้พัฒนาอะไรเลย เพราะเอาเวลาไปเทรนคนหมด

อีกข้อที่คนไม่ค่อยนับคือการไม่มีอะไรเทียบ ถ้าต้นทุนต่อแชทของคุณอยู่ที่ 200 บาท พนักงานที่เห็นแค่บัญชีเดียวจะไม่มีทางรู้ว่านั่นคือดีหรือแย่ เขาจะเทียบกับเดือนที่แล้วของตัวเองเท่านั้น ซึ่งอาจแย่มาตลอดทั้งปีก็ได้

แล้วฝั่งเอเจนซี่ล่ะ มีอะไรที่ไม่ได้เขียนอยู่ในใบเสนอราคา

ข้อเสียที่เจอบ่อยที่สุดคือคนที่คุยกับคุณตอนขาย ไม่ใช่คนที่ลงมือทำจริง พอเซ็นสัญญาแล้วงานถูกส่งต่อให้จูเนียร์ ปัญหาก็ไม่ต่างจากจ้างพนักงานที่ไม่มีประสบการณ์ แค่จ่ายแพงกว่า และรู้ตัวช้ากว่าด้วย เพราะคุณไม่ได้เห็นการทำงานทุกวัน

อีกข้อคือเอเจนซี่ที่รับทุกอุตสาหกรรม จะเอาสูตรเดียวไปใช้กับทุกสาย ซึ่งใช้ไม่ได้กับธุรกิจที่พฤติกรรมลูกค้าต่างกันมาก คนทักคลินิกเด็กกับคนทักร้านอาหารเสริม ตัดสินใจคนละแบบกันคนละเรื่อง เวลาเลือกจึงควรถามตรง ๆ ว่าเคยดูบัญชีในสายเดียวกับเรามาแล้วกี่เจ้า และผลเป็นยังไง

ข้อสุดท้ายคือระยะห่าง ถ้าไม่ตั้งจังหวะรายงานให้ชัดตั้งแต่เดือนแรก สามเดือนผ่านไปคุณจะรู้แค่ว่าเงินออกไปเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง อันนี้แก้ได้ด้วยการตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าจะดูตัวเลขอะไรร่วมกันทุกสัปดาห์

กรณีไหนที่ผมจะบอกตรง ๆ ว่ายังไม่ต้องจ้างเอเจนซี่

มีหลายเคสที่คุยแล้วผมบอกให้กลับไปแก้ที่บ้านตัวเองก่อน เพราะจ้างไปตอนนี้ก็ไม่คุ้ม

  • งบโฆษณายังต่ำกว่า 50,000฿/เดือนค่าบริการจะกินสัดส่วนสูงเกินไป เอาเงินก้อนนั้นไปเป็นงบแอดก่อนดีกว่า
  • ยังไม่มีคนตอบแชทและปิดการขายลีดดีแค่ไหนก็หลุดที่ปลายทางอยู่ดี ตรงนี้แก้ก่อนค่อยเพิ่มงบ
  • สินค้าและราคายังเปลี่ยนทุกเดือนวัดผลไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าตัวเลขที่เปลี่ยนมาจากแอดหรือมาจากราคา
  • คาดหวังว่าจ้างแล้วไม่ต้องยุ่งเลยข้อมูลเรื่องลูกค้าที่ดีของคุณอยู่ในหัวคุณ ไม่ได้อยู่ใน Ads Manager
  • อยากได้ยอดภายในสองสัปดาห์บัญชีที่เพิ่งรื้อต้องการเวลาเก็บข้อมูลก่อน อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์

จากบัญชีที่ผมดูแลจริง จุดที่พลิกมักไม่ใช่เรื่องฝีมือยิงแอด

เคสที่ชัดที่สุดคือสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่มีทีมยิงแอดของตัวเองอยู่แล้ว ทีมเขาไม่ได้ทำงานแย่เลย แค่ไม่เคยเห็นบัญชีอื่นในสายเดียวกัน เลยไม่รู้ว่าต้นทุนต่อแชทที่จ่ายอยู่นั้นสูงกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่า

269฿ → 78฿
ต้นทุนต่อแชท ลดลง 71%
1 ล้าน → 400k฿
งบต่อเดือน ที่ใช้ทำยอดเท่าเดิม

* ตัวเลขจากบัญชีจริงที่เราดูแล ปิดชื่อแบรนด์ตามข้อตกลง ผลลัพธ์ของแต่ละธุรกิจต่างกัน

สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่การตั้งค่าที่ลึกลับอะไร แต่คือการวางเกณฑ์คัดคุณภาพลีดใหม่ แล้วหยุดส่งสัญญาณว่า "ทุกคนที่ทักมาคือลูกค้า" กลับเข้าไปให้อัลกอริทึม ทีมภายในทำแบบนี้ได้ไหม ได้ถ้ามีคนเคยเห็นว่าปัญหาหน้าตาแบบนี้มาก่อน นั่นแหละคือสิ่งที่คุณจ่ายเงินซื้อจริง ๆ ตอนจ้างเอเจนซี่ ไม่ใช่ชั่วโมงทำงาน

เช็กตัวเอง 6 ข้อ ก่อนตัดสินใจ

ถ้าติ๊กได้ 4 ข้อขึ้นไป แปลว่าธุรกิจพร้อมให้คนนอกเข้ามาช่วยแล้วจริง ๆ ถ้าได้น้อยกว่านั้น ข้อที่ติ๊กไม่ได้คือการบ้านที่ควรทำก่อน

  • งบโฆษณาต่อเดือนเกิน 50,000฿ แล้ว
  • รู้ว่าต้นทุนต่อลูกค้าใหม่ที่ธุรกิจรับได้จริงคือเท่าไหร่
  • มีคนตอบแชทและปิดการขายพร้อมอยู่แล้ว
  • สินค้ากับราคานิ่งพอจะวัดผลต่อเนื่อง 2–3 เดือน
  • ถ้าคนที่ดูแลแอดอยู่ตอนนี้ลาออกพรุ่งนี้ ธุรกิจยังเดินต่อได้บัญชีโฆษณา pixel และวิธีชำระเงินอยู่ในชื่อธุรกิจคุณ ไม่ใช่ชื่อเขา ข้อนี้สำคัญขึ้นมากตั้งแต่มีกฎใหม่ที่ให้ยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด ซึ่งมีผล 1 พฤศจิกายน 2569
  • มีคนในทีมอ่านรายงานแล้วบอกได้ว่าเงินรั่วตรงไหน

หลักคิดสั้น : อย่าเทียบว่าใครถูกกว่า ให้เทียบว่าใครทำให้ถึงเป้าหมายได้เร็วกว่า ด้วยความเสี่ยงที่จัดการได้มากกว่าที่งบระดับ 50,000฿ ขึ้นไป ค่าเสียโอกาสจากการลองผิดลองถูกแพงกว่าส่วนต่างค่าจ้างเสมอ

ยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจคุณอยู่ตรงไหนของตาราง? ให้ผมเปิดบัญชีจริงดูด้วยกัน 15–20 นาที แล้วบอกตรง ๆ ว่าตอนนี้ควรจ้างเพิ่ม จ้างเอเจนซี่ หรือแค่แก้เรื่องการคัดลีดก่อนก็พอ

ขอ Ad Health Check ฟรี