
ช่วงกันยายนถึงตุลาคมของทุกปี ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนเอกชนที่ผมได้คุยด้วยมักเปิดประโยคเดียวกันว่า "ปีนี้จะเริ่มยิงแอดรับสมัครนักเรียนเมื่อไหร่ดี" เพราะทุกคนรู้ว่าฤดูรับสมัครปีการศึกษา 2570 กำลังมา แต่พอถามต่อว่าปีที่แล้วยิงไปแล้วได้อะไร คำตอบที่ได้ยินบ่อยคือ แชทเข้ามาเยอะมากช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคม ผู้ปกครองถามค่าเทอมกันเป็นร้อยคน แต่พอนับจำนวนครอบครัวที่มาเยี่ยมชมโรงเรียนจริง ได้แค่หลักสิบ และคนที่สมัครจริงยิ่งน้อยกว่านั้นอีก
ตอบสั้น ๆ ก่อน: ควรเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ คือกันยายนถึงตุลาคม 2569 ไม่ใช่รอให้ถึงวันเปิดรับสมัคร เพราะผู้ปกครองเริ่มหาข้อมูลโรงเรียนก่อนวันยื่นใบสมัครจริงราวสองถึงสี่เดือน และโรงเรียนที่มีชื่ออยู่แล้วบางแห่งเปิดรับปี 2570 ไปตั้งแต่กลางปี 2569 ส่วนเรื่องงบ ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกโรงเรียน ให้คิดย้อนกลับจากค่าเทอมกับจำนวนที่นั่งที่ต้องเติม ซึ่งทำได้ในสิบนาที และตัวเลขที่ต้องใช้วัดผลตลอดฤดูคือจำนวนครอบครัวที่นัดเยี่ยมชมแล้วมาจริง ไม่ใช่จำนวนแชทหรือต้นทุนต่อแชทที่ขึ้นบนหน้า Ads Manager เพราะสองตัวหลังนี้ดูดีได้ง่ายมากในฤดูที่ผู้ปกครองทักถามค่าเทอมทีละสิบโรงเรียนพร้อมกัน
ทำไมผู้ปกครองถึงเริ่มหาโรงเรียนก่อนวันเปิดรับสมัครตั้งหลายเดือน
การเลือกโรงเรียนไม่เหมือนการซื้อของ มันคือการตัดสินใจที่ผูกเงินหลายแสนบาทและผูกชีวิตประจำวันของทั้งบ้านไปอย่างน้อยสามปี ผู้ปกครองส่วนใหญ่จึงไม่ได้เริ่มจากการกดสมัคร แต่เริ่มจากการถามในกลุ่มแม่ ๆ เปิดดูเพจโรงเรียนทีละแห่ง ดูภาพห้องเรียน ดูว่าครูดูแลเด็กแบบไหน แล้วค่อยลิสต์ชื่อสามถึงห้าโรงเรียนไว้เทียบกัน กว่าจะถึงขั้นทักถามค่าเทอมหรือขอนัดเยี่ยมชม ข้อมูลในหัวเขามีมากแล้ว
ปัญหาคือปฏิทินรับสมัครของโรงเรียนเอกชนไม่ได้ตรงกันทั้งประเทศ โรงเรียนที่มีคนต่อคิวอยู่แล้วเปิดรับปี 2570 เร็วมาก บางแห่งเริ่มแจกใบสมัครระดับอนุบาลตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2569 และเปิดให้ผู้ปกครองทั่วไปยื่นใบสมัครได้กลางเดือนกันยายน ในขณะที่โรงเรียนส่วนใหญ่เปิดรับรอบแรกช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคม แล้วมีรอบเพิ่มเติมช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายนสำหรับที่นั่งที่ยังว่าง ก่อนเปิดเทอมกลางเดือนพฤษภาคม 2570
สิ่งที่ตามมาคือ ถ้าโรงเรียนของคุณเพิ่งเริ่มยิงแอดตอนที่ตัวเองเปิดรับสมัคร ผู้ปกครองกลุ่มที่ตั้งใจที่สุดจำนวนหนึ่งได้ยื่นใบสมัครที่อื่นไปแล้ว คนที่เหลือให้คุณเก็บคือคนที่ยังลังเล คนที่มาเทียบราคา และคนที่กำลังหาแผนสำรอง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทักง่ายแต่ปิดยากที่สุด
พูดง่าย ๆ คือ ฤดูรับสมัครมีสองช่วงซ้อนกัน ช่วงที่ผู้ปกครองกำลังเลือก กับช่วงที่ผู้ปกครองกำลังยื่นใบสมัคร แอดส่วนใหญ่ถูกเปิดในช่วงหลัง ทั้งที่การตัดสินใจเกิดขึ้นในช่วงแรก
เริ่มยิงเมื่อไหร่ดี ถ้าคิดย้อนกลับจากวันเปิดเทอมพฤษภาคม 2570
วิธีที่ผมใช้กับบัญชีสายการศึกษาคือเลิกถามว่า "เริ่มเมื่อไหร่" แล้วเปลี่ยนเป็นวางปฏิทินย้อนกลับจากวันที่ผู้ปกครองต้องตัดสินใจ หน้าตาของแผนที่ใช้ได้กับโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่จะประมาณนี้ ปรับวันตามรอบรับสมัครจริงของโรงเรียนคุณได้เลย
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ | เป้าหมายของช่วงนี้ |
|---|---|---|
| กันยายน ถึง ตุลาคม 2569 | ยิงโพสต์และวิดีโอชีวิตในโรงเรียนที่โรงเรียนถ่ายเองอยู่แล้ว ให้ผู้ปกครองในรัศมีที่เดินทางมาส่งลูกไหวได้เห็นซ้ำ ๆ ด้วยงบไม่มาก ยังไม่ต้องพูดเรื่องสมัคร | ให้ชื่อโรงเรียนเข้าไปอยู่ในลิสต์ที่ผู้ปกครองกำลังเทียบ |
| พฤศจิกายน ถึง มกราคม 2570 | เปิดแคมเปญรับนัดเยี่ยมชมหรือ open house ยิงใส่คนที่ดูวิดีโอและมีปฏิสัมพันธ์กับเพจในช่วงก่อนหน้าเป็นหลัก แยกงบชัดเจนจากการหาคนใหม่ | เปลี่ยนคนที่รู้จักแล้วให้มาเห็นโรงเรียนด้วยตาตัวเอง |
| กุมภาพันธ์ ถึง เมษายน 2570 | เก็บตกที่นั่งที่ยังว่าง ยิงเฉพาะระดับชั้นที่ยังรับ ระบุชั้นและอายุที่รับให้ชัดในตัวโฆษณา ตัดครอบครัวที่สมัครแล้วออกจากกลุ่มเป้าหมาย | เติมที่นั่งโดยไม่จ่ายเงินซ้ำกับคนที่ตัดสินใจไปแล้ว |
| หลังเปิดเทอม | เก็บรายชื่อผู้ปกครองที่ทักแต่ไม่สมัครไว้ในกลุ่ม retarget สำหรับปี 2571 และบันทึกว่าลีดแบบไหนกลายเป็นนักเรียนจริง | ไม่ทิ้งกลุ่มคนที่จ่ายเงินสร้างมาแล้วทั้งฤดู |
ข้อสังเกตคือช่วงแรกเป็นช่วงที่ค่าโฆษณาถูกที่สุดของฤดู เพราะโรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่ลงสนาม พอเข้าพฤศจิกายน โรงเรียน สถาบันกวดวิชา และค่ายปิดเทอมเทงบเข้ามาแย่งผู้ปกครองกลุ่มเดียวกันพร้อมกัน ต้นทุนต่อการมองเห็นก็ขยับขึ้นทั้งตลาด เรื่องนี้ผมเคยเขียนไว้แล้วในบทความ ทำไมโฆษณาคอร์สเรียนช่วงเปิดเทอมถึงแพงกว่าปกติ กลไกเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่ว่าฤดูรับสมัครนักเรียนกินเวลานานกว่าและเงินต่อครอบครัวสูงกว่ามาก
งบยิงแอดรับสมัครนักเรียนควรตั้งเท่าไหร่ คิดย้อนจากค่าเทอมได้ในสิบนาที
คำถามเรื่องงบตอบด้วยตัวเลขกลางไม่ได้ เพราะโรงเรียนอนุบาลค่าเทอมสี่หมื่นต่อปีกับโรงเรียนสองภาษาค่าเทอมสองแสนต่อปีมีเพดานที่จ่ายค่าโฆษณาต่อผู้สมัครได้ต่างกันห้าเท่า สิ่งที่ตอบได้คือวิธีคิด ลองใช้ตัวเลขสมมติชุดนี้ดู แล้วแทนด้วยตัวเลขจริงของโรงเรียนคุณ
- ค่าเทอมสมมติ 60,000 บาทต่อปี เด็กอยู่กับโรงเรียนเฉลี่ย 3 ปี มูลค่าต่อนักเรียนหนึ่งคนตลอดช่วงที่อยู่จึงราว 180,000 บาท ยังไม่นับค่าแรกเข้าและกิจกรรม
- ปีนี้ต้องเติมที่นั่งใหม่ 30 คน
- ยอมจ่ายค่าโฆษณาเพื่อให้ได้ผู้สมัครหนึ่งคนไม่เกิน 10% ของค่าเทอมปีแรก คือ 6,000 บาท เพดานงบทั้งฤดูจึงอยู่ที่ราว 180,000 บาท กระจายไปตามสี่ช่วงในตารางด้านบน ไม่ใช่เทลงเดือนเดียว
- คิดย้อนต่อว่าต้องได้ลีดกี่คน ถ้าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาผู้ปกครองที่ทักแล้วมาเยี่ยมชมจริงมีราวหนึ่งในสี่ และคนที่มาเยี่ยมชมแล้วสมัครมีราวสี่ในสิบ ผู้สมัคร 30 คนต้องมาจากครอบครัวที่มาเยี่ยมชม 75 ครอบครัว ซึ่งต้องมาจากแชทที่ผ่านเกณฑ์ราว 300 แชท
- ถ้าต้นทุนต่อแชทที่ผ่านเกณฑ์อยู่แถว 100 ถึง 150 บาท เงินที่ใช้ซื้อแชทจริง ๆ มีแค่ 30,000 ถึง 45,000 บาท งบส่วนที่เหลือคือค่าอุ่นเครื่องช่วงกันยายนถึงตุลาคมกับค่า retarget ให้ครอบครัวที่ลังเลกลับมา ซึ่งเป็นเงินที่ทำให้แชท 300 แชทนั้นเป็นแชทจากคนที่ตั้งใจจริง
ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด แต่สัดส่วนที่อยากให้จับตาคือบรรทัดสุดท้าย เงินที่ใช้ซื้อแชทเป็นแค่ส่วนน้อยของงบ ถ้าโรงเรียนของคุณยิงแอดโดยไม่มีช่วงอุ่นเครื่องและไม่มี retarget แปลว่าคุณกำลังเอางบทั้งก้อนไปซื้อแชทจากคนแปลกหน้าในเดือนที่แพงที่สุด แล้วอัตราแชทต่อการมาเยี่ยมชมจะตกจากหนึ่งในสี่เหลือหนึ่งในสิบหรือแย่กว่านั้น ทำให้ต้องซื้อแชทเพิ่มอีกสองสามเท่าเพื่อให้ได้ผู้สมัครเท่าเดิม
ส่วนเรื่องขั้นต่ำ ถ้างบทั้งฤดูต่ำกว่าประมาณห้าหมื่นบาท ผมแนะนำให้ยิงเองแบบเรียบ ๆ ไปก่อน เพราะข้อมูลต่อสัปดาห์จะน้อยเกินกว่าจะแยกได้ว่าอะไรได้ผล เรื่องนี้เขียนไว้ใน งบโฆษณาเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเห็นผลจริง
แชทเข้าเยอะช่วงรับสมัคร แต่ทำไมครอบครัวที่มาเยี่ยมชมโรงเรียนถึงน้อย
นี่คือจุดที่ฤดูรับสมัครนักเรียนเจ็บกว่าธุรกิจอื่น ผู้ปกครองหนึ่งคนทักถามค่าเทอมพร้อมกันห้าถึงสิบโรงเรียนเป็นเรื่องปกติ และส่วนใหญ่ถามเพื่อตัดตัวเลือกออก ไม่ได้ถามเพื่อสมัคร แปลว่าแชทเก้าในสิบที่เข้ามาช่วงพฤศจิกายนมีหน้าที่แค่ให้แอดมินตอบ ไม่ได้มีหน้าที่กลายเป็นนักเรียน
ถ้าแอดของคุณตั้งเป้าที่จำนวนแชท ระบบของ Meta จะทำสิ่งที่มันถนัดที่สุด คือไปหาคนที่ทักง่าย และคนที่ทักง่ายที่สุดในฤดูนี้คือคนที่กำลังเทียบราคา คนที่กดปุ่มตอบอัตโนมัติว่าสนใจแล้วหายไป คนที่อยู่คนละเขตกับโรงเรียนจนขับรถมาส่งไม่ไหว และคนที่ลูกยังอายุไม่ถึงเกณฑ์รับ พวกนี้คือแชทผีในเวอร์ชันของโรงเรียน ยิ่งยิงนานยิ่งได้เยอะ เพราะทุกแชทที่เข้ามาถูกส่งกลับไปบอกระบบว่านี่คือผลลัพธ์ที่ต้องการ
ทางแก้ไม่ใช่การลดงบหรือเปลี่ยนรูป แต่คือการตั้งเกณฑ์ว่าแชทแบบไหนถือว่าผ่าน แล้วส่งเฉพาะแชทที่ผ่านเกณฑ์กลับไปสอนระบบ เกณฑ์ที่ใช้กับโรงเรียนไม่ต้องซับซ้อน
- อายุลูกตรงกับชั้นที่เปิดรับในปี 2570
- บ้านหรือที่ทำงานอยู่ในรัศมีที่เดินทางมาส่งไหว หรืออยู่ในเส้นทางรถรับส่งของโรงเรียน
- รับทราบช่วงค่าเทอมแล้วยังคุยต่อ ไม่ใช่ถามค่าเทอมแล้วจบ
- ขอนัดเยี่ยมชม ขอเข้า open house หรือถามขั้นตอนการสมัคร
สี่ข้อนี้คือสิ่งที่แอดมินโรงเรียนรู้อยู่แล้วตอนคุย แค่ไม่เคยมีใครเอามันกลับไปใส่ในระบบโฆษณา พอเริ่มส่งเฉพาะแชทที่ผ่านเกณฑ์กลับไป และตัดกลุ่มที่ไม่ผ่านออกจากการยิงซ้ำ ระบบจะเริ่มหาผู้ปกครองที่หน้าตาเหมือนคนที่มาเยี่ยมชมจริง แทนที่จะหาคนที่หน้าตาเหมือนคนชอบถามค่าเทอม อาการอื่น ๆ ที่บอกว่าเพจกำลังเลี้ยงแชทแบบนี้อยู่ ผมรวบรวมไว้ใน 5 สัญญาณว่าคุณกำลังจ่ายเงินให้แชทผี
จากบัญชีสายการศึกษาที่ผมดูแล ตัวเลขที่ขยับไม่ได้มาจากการเพิ่มงบ
ต้องบอกก่อนว่าบัญชีที่ผมดูแลในสายนี้เป็นกลุ่มธุรกิจการศึกษาที่มีสามหน่วยธุรกิจ คือสถาบันกวดวิชา คอร์สทักษะเด็ก และค่ายอาชีพสำหรับเด็ก ไม่ใช่โรงเรียนเต็มรูปแบบ แต่กลุ่มลูกค้าคือผู้ปกครองกลุ่มเดียวกัน ฤดูกาลใกล้กัน และปัญหาตอนเข้าไปรับงานเหมือนกันทุกตัว คือแชทเข้าเยอะมากแต่ปิดไม่ได้ ต้นทุนต่อแชทตอนนั้นอยู่ที่สามร้อยถึงหกร้อยบาท และงบรวมของกลุ่มอยู่ราวหนึ่งล้านบาทต่อเดือน
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่รูปโฆษณาและไม่ใช่งบ แต่คือสี่อย่างที่ทำเป็นลำดับ หนึ่ง ถอดปุ่มตอบอัตโนมัติออกจากแอด ให้คนที่ทักต้องพิมพ์เอง ซึ่งตัดคนกดเล่นออกไปได้ทันทีก้อนใหญ่ สอง ตั้งเกณฑ์คัดลีดแล้วส่งเฉพาะแชทที่ผ่านเกณฑ์กลับไปให้ระบบ สาม สร้าง Lookalike จากรายชื่อผู้ที่สมัครจริงเท่านั้น ไม่ใช่จากคนทักทั้งหมด และสี่ ตัดกลุ่มที่สมัครแล้วกับกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออกจากการยิงซ้ำ ROAS ของกลุ่มนี้ขยับจากช่วง 0.6 ถึง 1.5 เท่า ไปอยู่ที่ 2 ถึง 4 เท่า ทั้งที่งบลดลงมากกว่าครึ่ง ซึ่งแปลได้ตรง ๆ ว่าเงินที่หายไปคือเงินที่เคยจ่ายให้แชทที่ไม่มีวันสมัคร
สำหรับโรงเรียน ผมเชื่อว่าหลักการเดียวกันใช้ได้ และน่าจะเห็นผลชัดกว่าด้วยซ้ำ เพราะมูลค่าต่อผู้สมัครหนึ่งคนสูงกว่าคอร์สเรียนหลายเท่า แค่ผู้สมัครเพิ่มขึ้นสองสามคนจากงบเท่าเดิมก็คุ้มทั้งฤดูแล้ว
เช็กลิสต์ก่อนกดยิงแคมเปญรับสมัครปีการศึกษา 2570
ลองไล่ตอบทีละข้อ ยิ่งตอบว่ายังไม่ได้ทำหลายข้อ ยิ่งควรเลื่อนการเปิดแคมเปญเก็บแชทออกไปก่อน แล้วเอาเวลาไปปิดช่องพวกนี้
- รู้แล้วว่าปี 2570 เปิดรับชั้นไหนบ้าง รับกี่ที่นั่ง และรอบรับสมัครรอบแรกกับรอบเพิ่มเติมคือเดือนไหน
- มีโพสต์หรือวิดีโอชีวิตในโรงเรียนที่ยิงอุ่นเครื่องได้ก่อนพูดเรื่องสมัคร ไม่ใช่มีแต่โปสเตอร์รับสมัคร
- แยกงบระหว่างช่วงอุ่นเครื่อง ช่วงรับนัดเยี่ยมชม และช่วงเก็บตก ไม่ได้เทงบก้อนเดียวลงเดือนพฤศจิกายน
- เขียนเกณฑ์ไว้แล้วว่าแชทแบบไหนถือว่าผ่าน และแอดมินติดป้ายแชทตามเกณฑ์นั้นทุกวัน
- ถอดปุ่มตอบอัตโนมัติออกจากแอดรับสมัคร ให้ผู้ปกครองพิมพ์คำถามเอง
- มีคนตอบแชทช่วงหลังหกโมงเย็นและวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้ปกครองว่างจริง
- มีลิสต์ครอบครัวที่สมัครแล้วและครอบครัวที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ไว้ตัดออกจากการยิงซ้ำ
- ตกลงกันในทีมแล้วว่าตัวเลขที่ใช้วัดผลทั้งฤดูคือจำนวนครอบครัวที่มาเยี่ยมชมจริงและจำนวนผู้สมัคร ไม่ใช่จำนวนแชท
โรงเรียนแบบไหนยังไม่ควรเทงบยิงแอดช่วงนี้
ไม่ใช่ทุกโรงเรียนควรลงสนามฤดูนี้ ถ้าเข้าข่ายพวกนี้ การฝืนยิงมักได้แชทที่ตอบไม่ทันมากกว่าได้นักเรียน
โรงเรียนที่ที่นั่งชั้นหลักเต็มแล้วและมีรายชื่อรอเรียก การยิงแอดเพิ่มมีแต่จะสร้างแชทที่คุณต้องปฏิเสธ และผู้ปกครองที่ถูกปฏิเสธจะจำ อีกแบบคือโรงเรียนที่ยังไม่มีระบบนัดเยี่ยมชมหรือ open house ที่ชัดเจน เพราะแชทที่เข้ามาจะไม่มีขั้นถัดไปให้เดิน สุดท้ายก็จบที่ถามค่าเทอมแล้วเงียบ ถัดมาคือโรงเรียนที่ไม่มีคนตอบแชทหลังเลิกงาน ฤดูรับสมัครผู้ปกครองทักตอนสองทุ่มเป็นหลัก ถ้าคำตอบไปถึงเขาเช้าวันรุ่งขึ้น เขาได้นัดเยี่ยมชมโรงเรียนอื่นไปแล้ว และแบบสุดท้ายคือเพจโรงเรียนที่ไม่มีอะไรให้ผู้ปกครองดูนอกจากโปสเตอร์รับสมัคร การยิงแอดพาคนมาถึงเพจได้ แต่ถ้ามาแล้วไม่เห็นว่าเด็กในโรงเรียนใช้ชีวิตยังไง เขาก็ปิดหน้าจอไป
ถ้าโรงเรียนของคุณติดข้อใดข้อหนึ่ง ทางที่คุ้มกว่าคือใช้เดือนกันยายนถึงตุลาคมปิดช่องนั้นก่อน แล้วค่อยเปิดแคมเปญตอนพฤศจิกายนพร้อมกับคนอื่น ดีกว่าเปิดก่อนแล้วจ่ายแพงเพื่อให้แชทเข้ามาตกหล่น
คำถามที่ผู้บริหารโรงเรียนถามบ่อยเรื่องยิงแอดรับสมัครนักเรียน
ยิงแอดรับสมัครนักเรียนปีการศึกษา 2570 ควรเริ่มเดือนไหน
ควรเริ่มอุ่นเครื่องตั้งแต่กันยายนถึงตุลาคม 2569 ด้วยโพสต์และวิดีโอชีวิตในโรงเรียนที่โรงเรียนมีอยู่แล้ว แล้วค่อยเปิดแคมเปญรับนัดเยี่ยมชมช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคม ซึ่งเป็นรอบรับสมัครหลักของโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่ ถ้าโรงเรียนของคุณเปิดรับเร็วกว่านั้น ให้เลื่อนทุกช่วงขึ้นมาตามปฏิทินจริง
งบยิงแอดรับสมัครนักเรียนควรตั้งเท่าไหร่
ไม่มีตัวเลขกลาง ให้คิดย้อนจากค่าเทอมปีแรกและจำนวนที่นั่งที่ต้องเติม โดยตั้งเพดานค่าโฆษณาต่อผู้สมัครหนึ่งคนไว้ราว 10% ของค่าเทอมปีแรก แล้วกระจายงบไปตามช่วงอุ่นเครื่อง ช่วงรับนัดเยี่ยมชม และช่วงเก็บตก ถ้างบทั้งฤดูต่ำกว่าประมาณห้าหมื่นบาท ให้ยิงเองแบบเรียบ ๆ ก่อน เพราะข้อมูลจะน้อยเกินกว่าจะวัดผลได้
ทำไมแชทเข้าเยอะช่วงรับสมัครแต่คนมาเยี่ยมชมโรงเรียนน้อย
เพราะผู้ปกครองหนึ่งคนทักถามค่าเทอมหลายโรงเรียนพร้อมกันเพื่อตัดตัวเลือก และถ้าแอดตั้งเป้าที่จำนวนแชท ระบบจะไปหาคนที่ทักง่ายแต่ไม่พร้อมสมัครมาเพิ่มเรื่อย ๆ ทางแก้คือตั้งเกณฑ์ว่าแชทแบบไหนถือว่าผ่าน ส่งเฉพาะแชทที่ผ่านเกณฑ์กลับไปสอนระบบ และตัดกลุ่มที่ไม่ผ่านออกจากการยิงซ้ำ
ควรวัดผลแคมเปญรับสมัครนักเรียนด้วยตัวเลขอะไร
จำนวนครอบครัวที่นัดเยี่ยมชมแล้วมาจริง และจำนวนผู้สมัครที่ได้จากแอด ไม่ใช่จำนวนแชทหรือต้นทุนต่อแชท เพราะสองตัวหลังทำให้ดูดีได้ง่ายในฤดูที่ผู้ปกครองทักถามค่าเทอมหลายที่พร้อมกัน
สรุปสั้นที่สุด: ฤดูรับสมัครปี 2570 เริ่มแล้ว เริ่มอุ่นเครื่องตอนนี้ก่อนค่าโฆษณาจะแพงในเดือนพฤศจิกายน ตั้งงบย้อนจากค่าเทอมและจำนวนที่นั่ง ตั้งเกณฑ์คัดแชทตั้งแต่วันแรก แล้ววัดผลที่ครอบครัวที่มาเยี่ยมชมจริง ไม่ใช่จำนวนแชทที่ขึ้นบนหน้าจอ
กำลังวางงบรับสมัครนักเรียนปี 2570 อยู่ แล้วไม่แน่ใจว่าควรเริ่มเดือนไหน แบ่งงบยังไง? ให้ผมช่วยดูว่าแชทที่เข้ามาช่วงรับสมัครของโรงเรียนคุณ กลายเป็นครอบครัวที่มาเยี่ยมชมจริงกี่เปอร์เซ็นต์ และเงินรั่วไปตรงไหน
ขอ Ad Health Check ฟรี