
ทุกปีพอเข้ากลางเดือนสิงหาคม เจ้าของค่ายเด็ก โรงเรียนสอนทักษะ และสถาบันที่เปิดคอร์สสั้นช่วงปิดเทอม จะเริ่มถามคำถามเดียวกันคือรอบตุลาคมนี้ควรเริ่มยิงแอดเมื่อไหร่ดี บางเจ้าถามเพราะปีที่แล้วเริ่มช้าแล้วที่นั่งเหลือ บางเจ้าถามเพราะปีที่แล้วเต็มเร็วจนอยากรู้ว่าปีนี้จะเพิ่มรอบได้ไหม
ปีนี้คำถามนี้สำคัญกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะปฏิทินขยับ ปีการศึกษา 2569 กระทรวงศึกษาธิการปรับวันปิดภาคเรียนที่ 1 มาเป็นราววันที่ 30 กันยายน จากเดิมที่หลายคนคุ้นกับวันที่ 11 ตุลาคม เหตุผลคือให้สอดคล้องกับปีงบประมาณที่จบสิ้นเดือนกันยายน ส่วนวันเปิดเทอม 2 ยังอยู่ต้นเดือนพฤศจิกายนเหมือนเดิม แปลว่าปิดเทอมใหญ่รอบนี้กินเวลาเกือบทั้งเดือนตุลาคม และมาถึงเร็วกว่าภาพจำเดิมราวสิบเอ็ดวัน
ตอบสั้น ๆ ให้ก่อนว่าถ้าค่ายของคุณเริ่มต้นเดือนตุลาคม ควรเริ่มยิงแอดตั้งแต่ตอนนี้ คือช่วงต้นถึงกลางเดือนสิงหาคม และตั้งใจให้ยอดจองปิดเกือบเต็มภายในกลางเดือนกันยายน ไม่ใช่ภายในวันก่อนเปิดค่าย เพราะผู้ปกครองตัดสินใจเรื่องนี้ตอนที่ยังอยู่ในช่วงเปิดเทอม ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังคิดว่าจะฝากลูกไว้กับใครตอนโรงเรียนหยุด พอถึงวันปิดเทอมจริงคนที่ยังไม่ตัดสินใจส่วนใหญ่คือคนที่จะไม่ตัดสินใจแล้ว
ปิดเทอมปีนี้มาถึงเร็วกว่าที่หลายคนวางแผนไว้
การเลื่อนวันปิดเทอมเร็วขึ้นสิบเอ็ดวันฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่กับธุรกิจที่ขายของตามปฏิทินโรงเรียน มันไม่เล็กเลย เพราะสิ่งที่ขยับไม่ใช่แค่วันจัดค่าย แต่คือวันที่ผู้ปกครองรู้สึกว่าต้องรีบตัดสินใจ
ลองนึกภาพตามนะครับ พ่อแม่ที่ทำงานประจำจะเริ่มร้อนใจเรื่องหาที่ให้ลูกไปช่วงปิดเทอมประมาณสามถึงสี่สัปดาห์ก่อนโรงเรียนหยุด เพราะต้องเคลียร์เรื่องคนรับส่ง เรื่องวันลา และเรื่องงบในเดือนนั้น ถ้าปีก่อนโรงเรียนหยุดกลางเดือนตุลาคม ช่วงที่เขาเริ่มหาข้อมูลคือปลายกันยายน แต่ปีนี้โรงเรียนหยุดสิ้นเดือนกันยายน ช่วงที่เขาเริ่มหาข้อมูลจึงถอยมาเป็นต้นถึงกลางเดือนกันยายน
ทีนี้ถ้าคุณยังใช้ไทม์ไลน์เดิมของปีที่แล้ว คือเริ่มโหมงบต้นเดือนกันยายนแล้วเร่งปิดการขายสัปดาห์แรกของตุลาคม สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือคุณเข้าตลาดตอนที่คนกลุ่มแรกตัดสินใจไปแล้ว แล้วไปแข่งราคาประมูลกับเจ้าอื่นในสัปดาห์ที่คนตัดสินใจกันน้อยลงแล้ว จ่ายแพงขึ้นเพื่อคุยกับคนที่พร้อมน้อยลง
ข้อควรระวังคืออย่าเหมารวมว่าทุกโรงเรียนใช้ปฏิทินเดียวกัน โรงเรียนในสังกัดต่างกัน โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนเอกชนบางแห่งมีปฏิทินของตัวเอง ถ้ากลุ่มลูกค้าของคุณกระจุกอยู่กับโรงเรียนแบบใดแบบหนึ่ง ให้เช็กปฏิทินจริงของกลุ่มนั้นก่อนวางงบ อย่าอิงข่าวอย่างเดียว วิธีที่เร็วที่สุดคือถามผู้ปกครองที่เคยเป็นลูกค้าเก่าสักสิบคนว่าโรงเรียนลูกปิดวันไหน แล้วนับถอยหลังจากวันนั้น
ค่ายกับคอร์สปิดเทอมไม่ได้ขายของ แต่ขายที่นั่งที่หมดอายุ
นี่คือจุดที่ทำให้การยิงแอดสายนี้ต่างจากการยิงแอดขายสินค้าจริง ๆ และเป็นจุดที่ผมเห็นคนพลาดบ่อยที่สุด
สินค้าที่ขายไม่ออกวันนี้ยังอยู่ในสต๊อกให้ขายพรุ่งนี้ได้ แต่ที่นั่งค่ายที่ขายไม่ออกก่อนวันเปิดค่ายมีมูลค่าเป็นศูนย์ทันที และเป็นศูนย์ถาวร ไม่มีการยกยอดไปรอบหน้า เพราะรอบหน้าคือปิดเทอมใหญ่เดือนมีนาคมซึ่งเป็นสินค้าคนละตัว กลุ่มเด็กก็โตขึ้นอีกช่วงชั้นแล้ว
ในทางกลับกัน ที่นั่งก็มีเพดาน ค่ายที่รับได้ 40 คนแล้วเต็มตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ทุกบาทที่ยังยิงต่อหลังจากนั้นคือเงินที่จ่ายไปสร้างแชทที่คุณต้องปฏิเสธ ซึ่งนอกจากจะเปลืองงบแล้วยังกินเวลาแอดมินที่ควรเอาไปตามคนที่จองแล้วให้ชำระเงินให้ครบด้วย
สองข้อนี้รวมกันแปลว่าเข็มทิศของสายนี้ไม่ใช่ ROAS ตัวที่ควรดูคือต้นทุนต่อที่นั่งที่ปิดการจองได้จริง คู่กับจำนวนที่นั่งคงเหลือเทียบวันที่เหลือ สองตัวนี้บอกได้ทั้งว่าควรเร่งและควรหยุด ในขณะที่ ROAS บอกได้อย่างเดียวว่าที่ผ่านมาคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่ไม่บอกว่าเหลือเวลาอีกกี่วันและต้องปิดอีกกี่ที่
หลักที่ผมใช้กับธุรกิจที่ขายที่นั่งทุกแบบ ไม่ว่าจะค่าย คอร์ส สัมมนา หรือคิวคลินิก คือถามก่อนว่าของที่ขายอยู่นี้หมดอายุเมื่อไหร่ ถ้ามันหมดอายุพร้อมกันทั้งหมดในวันเดียว ตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจต้องมีคำว่าวันที่เหลืออยู่ในสมการเสมอ
ไทม์ไลน์ที่ผมใช้กับบัญชีสายการศึกษา
ตารางข้างล่างคือโครงที่ผมใช้จริงกับบัญชีที่ขายคอร์สและค่ายตามฤดูกาล ปรับวันตามวันเปิดค่ายของแต่ละเจ้าได้ แต่ลำดับงานไม่ค่อยเปลี่ยน ตัวเลขวันในตารางนี้อิงค่ายที่เริ่มต้นเดือนตุลาคม 2569
| ช่วง | งานหลักของแอด | ตัวเลขที่ดูในช่วงนั้น |
|---|---|---|
| ต้นถึงกลางสิงหาคม | สร้างคนรู้จักก่อน ยิงคอนเทนต์ที่ให้ผู้ปกครองเห็นบรรยากาศค่ายจริง เด็กทำอะไรบ้าง ครูเป็นใคร ยังไม่ต้องเร่งปิดการขาย พร้อมกับเปิดรอบราคาจองล่วงหน้าให้ลูกค้าเก่าก่อน | จำนวนคนที่ดูวิดีโอจบ ต้นทุนต่อคนที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มคนดู และยอดจองจากลูกค้าเก่า |
| ปลายสิงหาคมถึงต้นกันยายน | เปิดขายเต็มรูปแบบ ยิงหาคนใหม่คู่กับ retarget คนที่ดูคอนเทนต์ในช่วงแรก ใส่ราคา วันเวลา สถานที่ และช่วงอายุลงในตัวโฆษณาให้ครบ | ต้นทุนต่อแชท และสัดส่วนแชทที่กลายเป็นการจองจริง |
| กลางกันยายน | ช่วงตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ เร่งงบก้อนใหญ่ที่สุดตรงนี้ ยิงใส่คนที่เคยทักแล้วยังไม่จอง และคนที่เคยเข้าดูหน้าจอง | ต้นทุนต่อที่นั่งที่ปิดได้จริง และจำนวนที่นั่งคงเหลือ |
| ปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม | เก็บที่นั่งสุดท้ายเท่านั้น ถ้าเหลือไม่กี่ที่ให้ลดงบลงแล้วใช้การตามจากแอดมินแทน ถ้าเต็มแล้วให้ปิดแอดหรือย้ายงบไปเปิดรอบใหม่ | ที่นั่งคงเหลือเทียบวันที่เหลือ และจำนวนคนที่จองแล้วยังไม่ชำระ |
สิ่งที่คนมักข้ามคือช่วงแรก เพราะมันดูเหมือนไม่ได้ขายอะไร แต่ในทางปฏิบัติงบก้อนกลางเดือนกันยายนจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับว่าช่วงสิงหาคมคุณสะสมคนที่รู้จักค่ายไว้มากแค่ไหน ถ้าไม่มีใครรู้จักคุณเลยจนถึงกลางกันยายน คุณกำลังจ่ายราคาแพงที่สุดเพื่อทำงานที่ยากที่สุด คือแนะนำตัวและปิดการขายในลมหายใจเดียว
ลองคิดต้นทุนต่อที่นั่งของค่ายตัวเองดูสักรอบ
ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิดนะครับ ไม่ใช่ของค่ายไหนจริง ๆ แต่โครงสร้างต้นทุนแบบนี้คือแบบที่เจอบ่อยในค่ายเด็กระยะห้าวัน
สมมติค่ายรับได้ 40 ที่นั่ง ราคาที่นั่งละ 6,900 บาท ถ้าเต็มคือรายได้ 276,000 บาท ต้นทุนแบ่งเป็นสองก้อน ก้อนแรกคือต้นทุนคงที่ที่จ่ายเท่ากันไม่ว่าจะมีเด็กกี่คน เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างทีมงานหลัก ค่าอุปกรณ์กลาง สมมติที่ 120,000 บาท ก้อนที่สองคือต้นทุนต่อหัว เช่น ค่าอาหาร ค่าเสื้อ ค่าวัสดุรายคน สมมติที่ 1,200 บาทต่อคน
ถ้าปิดได้เต็ม 40 ที่นั่ง ต้นทุนรวมคือ 120,000 บวก 48,000 เท่ากับ 168,000 บาท เหลือก่อนหักค่าโฆษณา 108,000 บาท ถ้าตั้งงบแอดไว้ 40,000 บาท เท่ากับต้นทุนโฆษณาต่อที่นั่ง 1,000 บาท และเหลือกำไร 68,000 บาท
ทีนี้ลองสมมติว่าปิดได้แค่ 24 ที่นั่ง รายได้เหลือ 165,600 บาท ต้นทุนรวมคือ 120,000 บวก 28,800 เท่ากับ 148,800 บาท เหลือก่อนหักค่าโฆษณาแค่ 16,800 บาท แต่ค่าแอด 40,000 บาทจ่ายไปแล้วเท่าเดิม แปลว่ารอบนี้ขาดทุน 23,200 บาท ทั้งที่ขายได้ตั้ง 24 ที่นั่ง
วิธีหาเลข 29 ที่นั่งไม่ยาก เอาราคาขายลบต้นทุนต่อหัวก่อน คือ 6,900 ลบ 1,200 เหลือ 5,700 บาทต่อที่นั่งที่เอาไว้ใช้จ่ายต้นทุนคงที่ แล้วเอาต้นทุนคงที่บวกงบแอด คือ 120,000 บวก 40,000 เท่ากับ 160,000 บาท หารด้วย 5,700 ได้ 28.07 ปัดขึ้นเป็น 29 ที่นั่ง นั่นคือที่นั่งขั้นต่ำที่ต้องปิดให้ได้ก่อนถึงจะเริ่มมีกำไรบาทแรก
สิ่งที่ตัวอย่างนี้บอกคือจุดคุ้มทุนของค่ายเป็นจำนวนที่นั่ง ไม่ใช่ตัวเลข ROAS และเพราะต้นทุนคงที่ก้อนใหญ่ถูกหารด้วยจำนวนหัวที่น้อยลง กำไรมันจึงไม่ได้ลดลงตามสัดส่วน แต่ทรุดเร็วกว่านั้นมาก ที่นั่งหายไป 40 เปอร์เซ็นต์ทำให้กำไรหายไปทั้งหมดและติดลบ นี่คือเหตุผลที่ผมยืนยันเสมอว่าสายนี้ต้องรู้เลขจุดคุ้มทุนเป็นจำนวนหัวก่อนกดยิงบาทแรก เพราะมันเปลี่ยนคำถามจากยิงแล้วคุ้มไหม เป็นเหลืออีกกี่ที่และเหลืออีกกี่วัน ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบด้วยการลงมือได้จริง
แชทผีช่วงปิดเทอมแพงกว่าปกติ เพราะเวลาของคนตอบมีจำกัด
ค่ายปิดเทอมเป็นสินค้าที่คนทักมาถามเยอะผิดปกติ และส่วนใหญ่ถามเพราะกำลังเปรียบเทียบหลายที่พร้อมกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพ่อแม่ที่จะเอาลูกไปฝากไว้กับคนแปลกหน้าห้าวัน แต่ปัญหาคือในบรรดาคนที่ทักมา มีกลุ่มที่ไม่มีทางจองอยู่ด้วยเสมอ
กลุ่มที่เจอซ้ำ ๆ คือคนที่ลูกอายุไม่อยู่ในช่วงที่ค่ายรับ คนที่อยู่คนละจังหวัดกับสถานที่จัด คนที่เห็นภาพสวยแล้วทักมาถามราคาแล้วเงียบเพราะเกินงบที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก และคนที่กดปุ่มตอบอัตโนมัติในโฆษณาไปโดยไม่ได้ตั้งใจจะคุย ทั้งสี่กลุ่มนี้ทำให้ตัวเลขจำนวนแชทดูดีขึ้น ในขณะที่จำนวนที่นั่งไม่ขยับ
ในเดือนปกติแชทแบบนี้แค่เปลืองงบ แต่ในหน้าต่างหกสัปดาห์ที่ทีมแอดมินมีกันสองสามคนและต้องตามเก็บเงินคนที่จองแล้วไปด้วย มันแพงกว่านั้น เพราะทุกนาทีที่ใช้ตอบคนที่ไม่จอง คือนาทีที่ผู้ปกครองซึ่งพร้อมโอนแล้วต้องรอ และคนที่รอเกินสองสามชั่วโมงในช่วงที่กำลังเปรียบเทียบสามที่ มักไปจบที่เจ้าที่ตอบเร็วกว่า
วิธีแก้ที่ได้ผลที่สุดคือแก้ที่ตัวโฆษณา ไม่ใช่ที่การตอบแชท ใส่ช่วงอายุที่รับ วันและเวลา สถานที่พร้อมย่านหรือจังหวัด และราคาจริง ลงไปในภาพและข้อความให้ครบตั้งแต่แรก คนจำนวนหนึ่งจะไม่ทักมาเลย ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะคนที่ยังทักหลังเห็นครบแล้วคือคนที่ผ่านด่านคัดกรองมาชั้นหนึ่งแล้ว จากนั้นถอดปุ่มตอบอัตโนมัติที่ทำให้คนกดทักโดยไม่ตั้งใจออก แล้วตัดคนที่จองแล้วออกจากกลุ่มเป้าหมาย ถ้าอยากเห็นภาพว่าอาการแบบไหนแปลว่างบกำลังรั่วไปกับกลุ่มนี้ ผมเขียนแยกไว้ใน บทความเรื่อง 5 สัญญาณว่าคุณกำลังจ่ายให้แชทผี
จากบัญชีสายการศึกษาที่ผมดูแล ตัวที่พลิกเกมไม่ใช่คอนเทนต์
ผมดูแลบัญชีของกลุ่มธุรกิจการศึกษาเจ้าหนึ่งที่มีสามหน่วยธุรกิจ คือสถาบันกวดวิชา โรงเรียนสอนทักษะเด็ก และค่ายอาชีพสำหรับเด็ก ซึ่งหน่วยสุดท้ายคือสายเดียวกับที่บทความนี้พูดถึงเลย ตอนเข้าไปรับงานใหม่ ๆ ปัญหาที่เจอไม่ใช่ยิงไม่เป็นหรือคอนเทนต์ไม่สวย แต่คือทั้งสามหน่วยส่งสัญญาณกลับเข้าอัลกอริทึมว่าแชททุกแบบมีค่าเท่ากัน ระบบเลยตั้งใจไปหาคนที่ทักง่ายที่สุด ซึ่งไม่ใช่คนที่จ่ายเงิน
สิ่งที่ทำไม่ได้ซับซ้อน คือแยกก่อนว่าแชทแบบไหนนับเป็นลีดที่ใช้ได้ แล้วเอาเฉพาะกลุ่มนั้นไปสร้าง Lookalike ตัดกลุ่มที่ทักแล้วไม่เคยจ่ายออกจากการยิงรอบถัดไป และเลิกวัดความสำเร็จด้วยจำนวนแชท เปลี่ยนไปวัดต้นทุนต่อคนที่สมัครและจ่ายเงินจริง งบที่ลดจากหนึ่งล้านเหลือสี่แสนบาทต่อเดือนไม่ได้เกิดจากการตัดสวัสดิการหรือหั่นราคา แต่เกิดจากการเลิกจ่ายให้คนที่ไม่มีทางสมัคร
สำหรับค่ายปิดเทอมโดยเฉพาะ ตัวคูณมันแรงกว่าคอร์สรายเดือนอีก เพราะคอร์สรายเดือนพลาดเดือนนี้ยังมีเดือนหน้า แต่ค่ายตุลาคมพลาดแล้วคือพลาดยาวถึงมีนาคม สายนี้ยังมีเรื่องราคาประมูลที่แพงขึ้นตามฤดูกาลด้วย ซึ่งผมเขียนไว้ใน บทความเรื่องทำไมโฆษณาคอร์สเรียนช่วงเปิดเทอมถึงแพงกว่าปกติ กลไกเดียวกันนี้เกิดกับหน้าต่างปิดเทอมเช่นกัน แค่สั้นกว่า
เช็กก่อนเปิดขายที่นั่งรอบตุลาคม
ลองไล่เจ็ดข้อนี้ดู ยิ่งตอบว่ายังไม่ได้ทำหลายข้อ ยิ่งมีโอกาสสูงที่รอบนี้จะได้แชทเยอะแต่ที่นั่งเหลือ
- รู้ว่าจุดคุ้มทุนของค่ายรอบนี้คือกี่ที่นั่ง หลังรวมต้นทุนคงที่ ต้นทุนต่อหัว และงบแอดที่ตั้งไว้แล้ว ไม่ใช่แค่รู้ราคาขายกับต้นทุนต่อหัว
- เช็กปฏิทินปิดเทอมจริงของกลุ่มโรงเรียนที่ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ ไม่ใช่อิงปฏิทินกลางอย่างเดียว
- ใส่ช่วงอายุ วันเวลา สถานที่ และราคาจริง ลงในตัวโฆษณาตั้งแต่ตัวแรก ไม่เก็บราคาไว้ให้ทักมาถาม
- เปิดรอบจองล่วงหน้าให้ลูกค้าเก่าและผู้ปกครองที่เคยส่งลูกมาแล้วก่อนเปิดขายทั่วไป กลุ่มนี้ปิดง่ายที่สุดและแทบไม่มีต้นทุนโฆษณา
- ตัดคนที่จองแล้วออกจากกลุ่มเป้าหมาย และแยกกลุ่มคนที่ทักแล้วยังไม่จองไว้ยิงต่างหากในช่วงกลางกันยายน
- ตั้งตัวเลขที่ดูทุกวันเป็นที่นั่งคงเหลือเทียบวันที่เหลือ ไม่ใช่จำนวนแชทสะสม
- ตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าถ้าถึงวันไหนแล้วที่นั่งยังเหลือเกินเท่าไหร่ จะทำอะไร เช่น เพิ่มรอบพิเศษ ยุบสองรอบเป็นรอบเดียว หรือหยุดยิงแล้วตัดขาดทุน
กรณีไหนที่ผมจะบอกตรง ๆ ว่าอย่าเพิ่งเร่งงบรอบนี้
ไม่ใช่ทุกค่ายที่ควรเทงบใส่หน้าต่างหกสัปดาห์นี้ มีอย่างน้อยสี่กรณีที่ผมจะแนะนำให้ยิงแค่พอประคองแล้วเก็บแรงไว้รอบมีนาคมดีกว่า
กรณีแรกคือค่ายที่ยังไม่เคยจัดมาก่อนเลยและยังไม่มีรูปถ่ายจากงานจริงสักใบ ผู้ปกครองสายนี้ตัดสินใจด้วยความไว้ใจเป็นหลัก ถ้ามีแต่ภาพกราฟิกกับข้อความบรรยาย ต้นทุนต่อที่นั่งจะแพงกว่าค่ายที่มีอัลบั้มรุ่นก่อนหลายเท่า ทางที่ถูกกว่าคือเปิดรอบเล็กแบบไม่ต้องยิงแอดหนัก เก็บภาพและรีวิวจริงจากรอบนั้น แล้วค่อยลงสนามเต็มตัวรอบถัดไป
กรณีที่สองคือทีมแอดมินไม่ว่างจริง ๆ ในช่วงกลางกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องตอบเร็วที่สุด ถ้ารู้ตัวว่าช่วงนั้นทีมติดงานอื่นทั้งหมด การเร่งงบเข้าไปคือการซื้อแชทมาให้เน่าคาโทรศัพท์ ยิงน้อยลงแต่ตอบครบ ได้ที่นั่งมากกว่ายิงเยอะแล้วตอบไม่ทัน
กรณีที่สามคือค่ายที่ราคาสูงกว่าตลาดในย่านเดียวกันมากโดยที่ยังอธิบายความต่างไม่ได้เป็นรูปธรรม กรณีนี้เงินที่ควรใช้ไม่ใช่ค่าโฆษณา แต่คือเวลาที่ใช้เรียบเรียงว่าห้าวันนั้นเด็กจะได้อะไรกลับบ้านที่ค่ายอื่นให้ไม่ได้ ยิงแอดใส่ข้อเสนอที่ยังไม่ชัดคือการเร่งให้คนเห็นสิ่งที่ยังไม่พร้อมให้เห็นเร็วขึ้น
กรณีที่สี่คือธุรกิจที่ที่นั่งเต็มอยู่แล้วจากลูกค้าเก่าและการบอกต่อ กรณีนี้งบแอดที่ควรใช้คือศูนย์สำหรับรอบนี้ แล้วเอางบไปลงกับการเก็บฐานผู้ปกครองที่สนใจแต่มาไม่ทันไว้สำหรับรอบมีนาคมแทน ซึ่งจะทำให้รอบหน้าเปิดขายได้เร็วและถูกกว่าเดิม
คำถามที่เจ้าของค่ายและโรงเรียนถามบ่อย
ค่ายและคอร์สปิดเทอมตุลาคมควรเริ่มยิงแอดเมื่อไหร่
ควรเริ่มก่อนวันเปิดค่ายราวหกถึงแปดสัปดาห์ และตั้งใจให้ยอดจองปิดได้เกือบเต็มก่อนวันปิดเทอมจริง ไม่ใช่ก่อนวันเปิดค่าย สำหรับค่ายที่จัดต้นเดือนตุลาคม 2569 แปลว่าควรเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม และเร่งปิดการจองให้จบราวกลางเดือนกันยายน เหตุผลคือผู้ปกครองส่วนใหญ่ตัดสินใจตอนที่ยังอยู่ในช่วงเปิดเทอม เพราะเป็นช่วงที่เขากำลังวางแผนว่าจะฝากลูกไว้ที่ไหนตอนปิดเทอม พอถึงวันปิดเทอมจริงคนที่ยังไม่ตัดสินใจส่วนใหญ่คือคนที่จะไม่ตัดสินใจแล้ว
ปีการศึกษา 2569 โรงเรียนปิดภาคเรียนที่ 1 วันไหน
ตามปฏิทินการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการปรับใหม่ ปีการศึกษา 2569 ปิดภาคเรียนที่ 1 ราววันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเร็วขึ้นจากเดิมที่ปิดราววันที่ 11 ตุลาคม เพื่อให้สอดคล้องกับปีงบประมาณ ส่วนวันเปิดภาคเรียนที่ 2 ยังอยู่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนตามเดิม ทั้งนี้แต่ละโรงเรียนและแต่ละสังกัดมีปฏิทินของตัวเอง โรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนเอกชนบางแห่งใช้ปฏิทินคนละชุด จึงควรเช็กปฏิทินจริงของกลุ่มโรงเรียนที่ลูกค้าของคุณอยู่ก่อนวางแผนงบ
ค่ายปิดเทอมควรวัดอะไรแทน ROAS
ควรวัดสองตัวคู่กัน ตัวแรกคือต้นทุนต่อที่นั่งที่ปิดการจองได้จริง คือเอาค่าโฆษณาทั้งหมดหารด้วยจำนวนที่นั่งที่ชำระเงินแล้ว ไม่ใช่หารด้วยจำนวนแชทหรือจำนวนคนที่บอกว่าสนใจ ตัวที่สองคือจำนวนที่นั่งคงเหลือเทียบกับจำนวนวันที่เหลือก่อนปิดรับสมัคร เพราะค่ายมีที่นั่งจำกัดและที่นั่งที่ขายไม่ออกก่อนวันเปิดค่ายมีมูลค่าเป็นศูนย์ทันที ตัวเลขสองตัวนี้บอกได้ว่าควรเร่งงบหรือควรหยุด ในขณะที่ ROAS อย่างเดียวบอกไม่ได้
แชทเข้ามาเยอะแต่ไม่จอง ควรแก้ตรงไหนก่อน
แก้ที่ตัวโฆษณาก่อนแก้ที่การตอบแชท ใส่ข้อมูลที่ใช้คัดคนออกลงไปในภาพและข้อความโฆษณาให้ครบ ได้แก่ ช่วงอายุของเด็กที่รับ วันและเวลาจัดค่าย สถานที่จัดพร้อมย่านหรือจังหวัด และราคาจริง คนที่ทักมาหลังเห็นข้อมูลครบแล้วคือคนที่ผ่านด่านคัดกรองมาแล้วชั้นหนึ่ง จากนั้นถอดปุ่มตอบอัตโนมัติที่ทำให้คนกดทักโดยไม่ได้ตั้งใจ และตัดคนที่จองแล้วออกจากกลุ่มเป้าหมาย เพื่อไม่ให้งบวิ่งไล่ตามคนเดิมซ้ำ
สรุปสั้นที่สุดคือปีนี้ปฏิทินขยับมาข้างหน้า แต่ธรรมชาติของสินค้าไม่เปลี่ยน ค่ายยังเป็นของที่หมดอายุพร้อมกันทั้งหมดในวันเดียว คนที่รู้ว่าจุดคุ้มทุนของตัวเองคือกี่ที่นั่ง และเริ่มนับถอยหลังจากวันปิดเทอมจริงของโรงเรียนกลุ่มลูกค้า จะใช้หกสัปดาห์นี้ปิดที่นั่งได้ครบโดยไม่ต้องเพิ่มงบ ส่วนคนที่ยังนับถอยหลังจากวันเปิดค่าย จะเข้าตลาดช้าไปเกือบสองสัปดาห์โดยไม่รู้ตัว
ถ้าค่ายหรือคอร์สรอบตุลาคมของคุณยังเหลือที่นั่งอยู่ และไม่แน่ใจว่าแชทที่เข้ามาทุกวันนี้เป็นผู้ปกครองที่จองจริงกี่คน ให้ผมช่วยดูว่าตอนนี้ต้นทุนต่อที่นั่งที่ปิดได้จริงอยู่เท่าไหร่ และงบที่เหลือควรเทไปทางไหนในหกสัปดาห์สุดท้าย
ขอ Ad Health Check ฟรี