
ปีนี้เจ้าของธุรกิจไทยเดินเข้ามาถามเรื่อง TikTok มากกว่าปีที่แล้วเยอะมาก เหตุผลตรงไปตรงมา คือ TikTok ขยับขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาดิจิทัลอันดับต้น ๆ ของไทยจริง ๆ คนไม่ได้ใช้แค่ดูคลิปแล้ว แต่ใช้ค้นหาสินค้าเหมือนเสิร์ชเอนจิน และค่าโฆษณาต่อการมองเห็นก็ยังถูกกว่าฝั่ง Meta อยู่พอสมควร พอเห็นแบบนี้ คำถามถัดไปของเจ้าของธุรกิจแทบทุกคนจึงเหมือนกัน — จะยิงเองต่อ หรือจ้างคนมาดูแลดี แล้วถ้าจ้าง จะรู้ได้ยังไงว่าคนที่จะจ้างเก่งจริง
คำตอบสั้น ๆ ก่อนลงรายละเอียด: ก่อนตัดสินใจจ้าง ให้ดูสามอย่างตามลำดับนี้ — หนึ่ง เขาวัดผลไปจบที่ตัวเลขไหน ถ้าจบที่ยอดวิวหรือจำนวนแชท แปลว่าเขายังไม่ได้รับผิดชอบผลลัพธ์ทางธุรกิจของคุณ ตัวเลขที่ถูกคือ ต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดการขายได้จริง; สอง ใครรับผิดชอบเรื่องคลิป เพราะบน TikTok คลิปคือเครื่องยนต์ ไม่ใช่การตั้งค่าในระบบ ถ้าไม่ตกลงกันตั้งแต่วันแรกว่าใครถ่าย ใครตัด ส่งกี่ชิ้นต่อสัปดาห์ งานจะไปค้างตรงนั้นแน่นอน; สาม บัญชีโฆษณาและ pixel เป็นชื่อใคร ถ้าไม่ใช่ชื่อธุรกิจคุณ วันที่เลิกจ้างคือวันที่คุณเริ่มนับหนึ่งใหม่
ทำไมงาน TikTok ถึงคิดราคายากกว่างาน Facebook
เวลาจ้างคนดูแลแอด Facebook สิ่งที่ซื้อค่อนข้างชัด — คนตั้งแคมเปญ ดูตัวเลข ปรับกลุ่มเป้าหมาย ปรับงบ ทำ retargeting ส่วนภาพหรือวิดีโอมักใช้ของที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว หมุนเวียนได้เป็นเดือน แต่ TikTok ไม่ทำงานแบบนั้น
บน TikTok ระบบเลือกคนดูจากตัวคลิปเป็นหลัก คลิปคือ targeting ในตัวมันเอง คลิปหนึ่งชิ้นอาจวิ่งดีอยู่ห้าวันแล้วตกลงเฉย ๆ ทั้งที่ไม่ได้แตะอะไรเลย ผลคืองาน TikTok กินคลิปมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ประเมินไว้หลายเท่า และตรงนี้แหละคือต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในใบเสนอราคาที่คุณกำลังเทียบกันอยู่
เพราะฉะนั้นเวลาเห็นสองเจ้าเสนอราคาต่างกันสามเท่า อย่าเพิ่งสรุปว่าเจ้าหนึ่งแพงกว่า ให้กลับไปดูก่อนว่าราคานั้นรวมการผลิตคลิปกี่ชิ้นต่อเดือน ใครเป็นคนคิดมุมเล่า ใครถ่าย และถ้าคลิปหมดกลางเดือนแล้วผลตก ใครรับผิดชอบ
จุดที่มักตกลงกันไม่ชัด: คำว่า "ดูแล TikTok Ads" ของแต่ละเจ้าไม่เท่ากัน บางเจ้าหมายถึงกดยิงคลิปที่ลูกค้าส่งมาให้ บางเจ้ารวมถ่ายทำ บางเจ้ารวมแค่ตัดคลิปจากฟุตเทจเดิม เขียนให้ชัดเป็นตัวเลขในสัญญาว่าได้กี่ชิ้นต่อเดือน ดีกว่าเถียงกันเดือนที่สาม
โครงสร้างค่าจ้างที่เจอในตลาด แต่ละแบบเข้าข้างใคร
ราคาที่เห็นกันในตลาดตอนนี้กระจายตั้งแต่หลักพันต้น ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นปลาย ความต่างเกือบทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ฝีมือ แต่อยู่ที่ขอบเขตงานกับวิธีคิดเงิน และแต่ละวิธีสร้างแรงจูงใจให้คนรับงานคนละแบบกันเลย
| วิธีคิดเงิน | ปกติรวมคลิปไหม | แรงจูงใจของคนรับงานคือ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| คิดเป็น % ของงบโฆษณา | ส่วนใหญ่ไม่รวม | ให้คุณเพิ่มงบ เพราะรายได้เขาโตตามงบ ไม่ได้โตตามกำไรคุณ | ธุรกิจที่มีทีมคุมตัวเลขของตัวเองอยู่แล้ว |
| ค่าบริการคงที่รายเดือน | แล้วแต่ตกลง ต้องระบุ | ทำให้ผลนิ่งเพื่อรักษาสัญญาระยะยาว | ธุรกิจที่ยิงต่อเนื่องตั้งแต่ 50,000฿/เดือนขึ้นไป |
| จ่ายเป็นรายคลิป | รวม (คลิปคือตัวสินค้า) | ส่งคลิปให้ครบจำนวน ไม่ได้ผูกกับยอดขาย | ธุรกิจที่มีคนดูแลแอดอยู่แล้ว ขาดแค่ creative |
| จ่ายต่อลีดที่ได้ | ไม่รวม | หาแชทให้ได้เยอะที่สุดต่อบาท คุณภาพเป็นเรื่องรอง | ธุรกิจที่มีระบบคัดกรองลีดของตัวเองแน่นมาก |
ของ BizCraft เลือกใช้แบบคงที่ — 20,000฿/เดือน ครอบคลุม 2 ช่องทาง เพิ่มช่องทางละ 10,000฿ และถ้ายอดใช้จ่ายโฆษณาเกิน 100,000฿/เดือน คิด service fee 20% เฉพาะส่วนที่เกิน โดยไม่รวมงานผลิต content เหตุผลที่แยกงาน creative ออกไปไม่ใช่เพราะทำไม่ได้ แต่เพราะงานคลิปวัดผลแยกจากงานยิงยาก พอวัดแยกไม่ได้ เวลาผลตกก็จะเถียงกันไม่จบว่าเป็นเพราะคลิปหรือเพราะการตั้งค่า เราเลยบอกตั้งแต่วันแรกว่าฝั่งคลิปต้องมีคนทำ แล้วเรารับผิดชอบเต็มตัวเฉพาะสิ่งที่เราคุมได้จริง
ลองคิดต้นทุนต่อลูกค้าจริงดูสักรอบ แล้วจะเห็นว่าแชทถูกไม่ได้แปลว่าดี
อันนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ตัวเลขของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง สมมติงบ TikTok เดือนละ 50,000฿ แล้วคนดูแลรายงานมาว่าต้นทุนต่อแชท 40฿ ซึ่งถือว่าถูกมาก
- งบ 50,000฿ ÷ 40฿ = 1,250 แชท ตัวเลขนี้ในรายงานดูดีมาก
- คัดแล้วเป็นลีดที่คุยต่อได้จริง 20% = 250 คน
- ปิดการขายได้ 20% ของลีดที่คุยต่อได้ = 50 ลูกค้า
- ต้นทุนต่อลูกค้าจริง = 50,000 ÷ 50 = 1,000฿/ลูกค้า
ทีนี้ลองอีกกรณี คนดูแลเปลี่ยนวิธี ไปเน้นคลิปที่อธิบายสินค้าชัดขึ้นและตัดคนที่แค่ผ่านมาเล่น ๆ ออกจากระบบ ผลคือต้นทุนต่อแชทแพงขึ้นเป็น 70฿ — ในรายงานดูเหมือนแย่ลงเกือบสองเท่า
- งบ 50,000฿ ÷ 70฿ = 714 แชท (น้อยลงเกือบครึ่ง)
- แต่คัดแล้วเป็นลีดที่คุยต่อได้จริง 45% = 321 คน
- ปิดได้ 20% เท่าเดิม = 64 ลูกค้า
- ต้นทุนต่อลูกค้าจริง = 50,000 ÷ 64 = ประมาณ 780฿/ลูกค้า
แชทน้อยลง ต้นทุนต่อแชทแพงขึ้น แต่ได้ลูกค้ามากขึ้นและถูกลงต่อหัว นี่คือเหตุผลที่ผมย้ำเรื่องตัวเลขปลายทางตลอด ถ้าคนที่คุณจะจ้างวัดจบที่ต้นทุนต่อแชท เขาจะถูกบังคับด้วยตัวชี้วัดของตัวเองให้เดินไปทางกรณีแรกเสมอ ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง แต่เพราะเขาถูกวัดผลผิดตัว
จากบัญชีที่ผมดูแล ตัวเลขที่ขยับจริงคือตัวไหน
เคสที่ชัดที่สุดในมือคือกลุ่มธุรกิจการศึกษา 3 หน่วยธุรกิจ ตอนเข้าไปรับ ต้นทุนต่อแชทอยู่ที่ 300-600฿ และ ROAS วิ่งอยู่ราว 0.6-1.5 เท่า สิ่งที่ทำไม่ใช่การไปหาคลิปที่ปังกว่าเดิม แต่คือตั้งเกณฑ์ก่อนว่าแชทแบบไหนนับเป็นลีดจริง แล้วส่งสัญญาณเฉพาะกลุ่มนั้นกลับเข้าระบบ พร้อมกับตัดกลุ่มที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ลูกค้าออกจากการยิงรอบถัดไป
*เคสนี้เป็นบัญชีที่ยิงหลายช่องทางร่วมกัน ไม่ใช่ TikTok อย่างเดียว และผลของแต่ละธุรกิจต่างกันตามสินค้า ราคา และทีมขายหน้าร้าน
ที่ยกเคสนี้มาไม่ได้จะบอกว่าใครจ้างแล้วจะได้ตัวเลขแบบนี้ แต่จะชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ทำให้ต้นทุนลงคือการจัดการคุณภาพลีด ไม่ใช่ลูกเล่นในหน้าตั้งค่า และหลักการนี้ย้ายมาใช้กับ TikTok ได้ตรง ๆ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์ม มันอยู่ที่เราบอกระบบว่า "ลูกค้าที่ดี" หน้าตาเป็นยังไง
6 คำถามที่ควรถามก่อนเซ็น
ถามสด ๆ ในวันคุย แล้วฟังว่าเขาตอบเป็นตัวเลขหรือตอบเป็นคำสวย ๆ
- รายงานรายเดือนของคุณจบที่ตัวเลขไหน มีต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดได้จริงหรือเปล่า
- เดือนหนึ่งได้คลิปกี่ชิ้น ใครถ่าย ใครคิดมุม และถ้าคลิปหมดกลางเดือนจะทำยังไง
- บัญชีโฆษณาและ pixel เปิดในชื่อธุรกิจผมใช่ไหม ถ้าเลิกจ้างผมเอาอะไรกลับไปได้บ้าง
- คุณคัดคนที่ไม่ใช่ลูกค้าออกจากการยิงรอบถัดไปยังไง มี exclusion list ไหม
- ถ้าเดือนแรกยังไม่ดีขึ้น คุณจะดูอะไรก่อนเป็นอันดับแรก
- ใครเป็นคนลงมือทำงานจริงในบัญชีของผม คนที่นั่งคุยอยู่ตอนนี้หรือคนอื่น
ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด หลายเจ้าคนขายกับคนทำเป็นคนละคน และคนที่มานั่งคุยด้วยจะไม่ใช่คนที่แตะบัญชีคุณอีกเลยหลังเซ็นสัญญา
กรณีไหนที่ยังไม่ควรจ้างคนดูแล TikTok Ads
ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ควรจ้างตอนนี้ ถ้าเข้าข้อใดข้อหนึ่งข้างล่าง เก็บเงินไว้ก่อนแล้วไปแก้ของที่ต้นทางจะคุ้มกว่ามาก
- งบยังไม่ถึงราว 50,000฿/เดือน — ข้อมูลต่อสัปดาห์น้อยเกินกว่าจะแยกได้ว่าผลที่เห็นมาจากฝีมือหรือความบังเอิญ และค่าจ้างจะกลายเป็นก้อนใหญ่เมื่อเทียบกับงบซื้อสื่อจริง
- ยังไม่มีใครถ่ายคลิปได้ต่อเนื่อง — จ้างคนยิงเก่งแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ถ้าไม่มีของให้ยิง นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่งาน TikTok เงียบไปในเดือนที่สอง
- ไม่มีคนตอบแชทในเวลาที่คนทักเข้ามา — TikTok คนทักดึกและทักเร็ว ถ้าตอบพรุ่งนี้เช้า ลีดที่จ่ายเงินซื้อมาจะเย็นไปแล้วครึ่งหนึ่ง
- ยังไม่รู้ว่าลูกค้าที่ดีของตัวเองหน้าตาเป็นยังไง — ถ้าตอบไม่ได้ว่าคนแบบไหนซื้อแล้วซื้อซ้ำ คนดูแลก็ตั้งเกณฑ์คัดลีดให้ไม่ได้ ต้องเริ่มจากตรงนี้ก่อน
ถ้าตัดสินใจจ้างแล้ว 30 วันแรกควรเห็นอะไร
อย่าเพิ่งคาดหวังยอดขายพุ่งในเดือนแรก สิ่งที่ควรเห็นคือความชัดเจน ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ ภายในสองสัปดาห์แรกคุณควรได้เห็นเกณฑ์ว่าแชทแบบไหนถูกนับเป็นลีดจริง และเห็นว่าเขาเริ่มตัดกลุ่มที่ไม่ใช่ออกแล้ว
ภายในสิ้นเดือนแรก รายงานควรบอกได้ว่าคลิปแบบไหนพาคนที่คุยต่อได้เข้ามา ไม่ใช่แค่บอกว่าคลิปไหนวิวเยอะ สองอย่างนี้มักไม่ใช่คลิปเดียวกัน และถ้าเขาแยกให้คุณดูไม่ได้ตั้งแต่เดือนแรก เดือนที่หกก็จะแยกไม่ได้เหมือนเดิม
ส่วนตัวเลขต้นทุนต่อลูกค้าจริง ให้เวลาราวสองถึงสามเดือน เพราะมันต้องรอให้ข้อมูลฝั่งปิดการขายไหลกลับมาครบรอบก่อน ถ้าใครสัญญาว่าเห็นผลใน 7 วัน ให้ถามกลับว่าวัดจากอะไร คำตอบมักจะเป็นยอดวิวหรือยอดแชท ซึ่งก็คือตัวเลขชุดเดิมที่ทำให้คุณต้องมาหาคนใหม่อยู่ตอนนี้
คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อยก่อนจ้าง
ค่าจ้างดูแล TikTok Ads เดือนละเท่าไหร่
ในตลาดมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นปลาย ความต่างส่วนใหญ่อยู่ที่รวมงานผลิตคลิปหรือไม่ ของ BizCraft คิดค่าบริการคงที่ 20,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุม 2 ช่องทาง เพิ่มช่องทางละ 10,000 บาท และถ้ายอดใช้จ่ายโฆษณาเกิน 100,000 บาทต่อเดือน คิด service fee 20 เปอร์เซ็นต์เฉพาะส่วนที่เกิน โดยไม่รวมงานผลิต content สิ่งที่ควรถามมากกว่าตัวเลขคือค่าจ้างนั้นรวมอะไรบ้าง และมันขึ้นตามงบโฆษณาหรือเปล่า
จ้างคนดูแล TikTok Ads แล้วต้องผลิตคลิปเองไหม
ส่วนใหญ่ใช่ เพราะบน TikTok คลิปคือตัวกำหนดผลลัพธ์มากกว่าการตั้งค่าในระบบ ถ้าคนที่รับดูแลไม่ได้รับงานผลิตด้วย ต้องตกลงกันตั้งแต่วันแรกว่าใครถ่าย ใครตัด ส่งกี่ชิ้นต่อสัปดาห์ และใครเป็นคนตัดสินใจว่าจะหยุดคลิปไหน BizCraft ไม่รับงาน creative จึงบอกลูกค้าตรง ๆ ตั้งแต่ต้นว่าฝั่งคลิปต้องมีคนทำ ไม่ใช่ปล่อยให้ค้างแล้วมาโทษกันทีหลัง
ควรให้เอเจนซี่เปิดบัญชีโฆษณา TikTok ให้ หรือเปิดเอง
เปิดในชื่อธุรกิจของคุณเองเสมอ แล้วให้สิทธิ์คนดูแลเข้ามาทำงาน เพราะบัญชีโฆษณาคือที่เก็บ pixel กลุ่มผู้ชม และประวัติการเรียนรู้ของระบบ ถ้าวันหนึ่งเลิกจ้างแล้วบัญชีไม่ได้เป็นของคุณ เท่ากับต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
งบเท่าไหร่ถึงคุ้มที่จะจ้างคนดูแล TikTok Ads
ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ต่ำกว่านั้นข้อมูลต่อสัปดาห์น้อยเกินกว่าจะแยกได้ว่าผลที่เห็นมาจากฝีมือหรือความผันผวน และค่าจ้างจะกลายเป็นสัดส่วนที่ใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับงบที่ใช้ซื้อสื่อจริง
สรุปสั้นที่สุด: คนที่ควรจ้างไม่ใช่คนที่สัญญาว่าจะทำให้วิวขึ้น แต่คือคนที่ยอมให้คุณวัดเขาด้วยต้นทุนต่อลูกค้าจริง และกล้าบอกตั้งแต่วันแรกว่าอะไรที่เขาไม่ได้ทำให้
ยิง TikTok อยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่ากำลังจ่ายให้คนที่ทำถูกทางหรือเปล่า? ให้ผมช่วยดูบัญชีให้ก่อนตัดสินใจจ้างใคร
ขอ Ad Health Check ฟรี