แบนเนอร์บทความ ยิงแอดวันเด็กให้ได้พ่อแม่ตัวจริง

ทุกปีพอเข้าปลายเดือนธันวาคม เจ้าของธุรกิจสายแม่และเด็กจะเริ่มถามผมประโยคเดิม ว่าวันเด็กปีนี้ควรลงโปรไหม ควรเพิ่มงบเท่าไหร่ เพราะดูเหมือนทั้งตลาดกำลังเล่นกับเทศกาลนี้พร้อมกัน ปี 2570 วันเด็กแห่งชาติตรงกับวันเสาร์ที่ 9 มกราคม ซึ่งอยู่กลางภาคเรียนที่สองพอดี พ่อแม่ยังอยู่ในโหมดจัดตารางให้ลูก ไม่ใช่โหมดว่างไปเที่ยวอย่างช่วงปิดเทอม

ตอบสั้นๆ ให้ก่อนว่า วันเด็กยิงแอดได้ผลสำหรับธุรกิจที่พ่อแม่เป็นคนตัดสินใจซื้อให้ลูกอยู่แล้ว เช่น คลินิกเด็ก คอร์สทักษะเด็ก และสินค้าแม่และเด็ก แต่ต้องวางแคมเปญให้คัดคนตั้งแต่ก่อนเขาทัก เพราะช่วงนี้แชทที่เข้ามาครึ่งหนึ่งอาจเป็นคนถามหาของแจกกับงานฟรี ไม่ใช่คนที่พร้อมจ่าย

ทำไมวันเด็กถึงดึงแชทที่ไม่ใช่ลูกค้าเข้ามาเยอะ

คำว่า "วันเด็ก" เป็นคำที่คนไทยผูกกับของแจก งานฟรี และกิจกรรมที่พาลูกไปเล่นโดยไม่ต้องเสียเงิน พอโฆษณาของคุณใช้ภาพและคำพูดที่ชวนให้นึกถึงวันเด็ก คนที่เห็นก็ตีความไปในทางนั้นก่อนอยู่แล้ว คนที่ทักมาจึงมักถามว่ามีของแจกไหม มีให้เด็กเข้าฟรีหรือเปล่า ถามเสร็จก็เงียบ ซึ่งหน้าตาเหมือนแชทผีทุกอย่าง

อีกชั้นหนึ่งคือระบบโฆษณาเอง ถ้าตั้งเป้าหมายเป็นจำนวนข้อความ ระบบจะไปหาคนที่ทักง่ายที่สุด ซึ่งในช่วงเทศกาลคือคนที่ทักเพราะอยากได้ของฟรี พอแชทเหล่านี้ถูกนับเป็นความสำเร็จ ระบบก็ยิ่งไปหาคนแบบเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเห็นรูปแบบนี้ซ้ำทุกเทศกาลที่ทุกแบรนด์ลงโปรพร้อมกัน แชทเพิ่มเร็วกว่าจำนวนคนที่ปิดการขายได้

พูดง่ายๆ คือ แชทเยอะช่วงวันเด็กไม่ได้แปลว่าแคมเปญดี มันแปลว่าคำว่าวันเด็กดึงคนได้เยอะ ส่วนจะมีกี่คนที่เป็นพ่อแม่ซึ่งพร้อมซื้อ ต้องออกแบบให้เห็นเอง

พ่อแม่ที่พร้อมซื้อกับคนหาของฟรี แยกกันได้จากอะไร

ก่อนตั้งงบ ลองแยกกลุ่มคนที่จะเจอในช่วงนี้ออกเป็นสามแบบ แต่ละแบบมีสัญญาณต่างกัน และควรได้งบไม่เท่ากัน

กลุ่มสัญญาณที่เห็นในแชทควรทำยังไง
พ่อแม่ที่กำลังหาอยู่แล้วถามรายละเอียด อายุเด็ก ตารางเรียน หรือขอนัดดูให้งบหลักกับกลุ่มนี้ ใช้ retargeting จากคนที่ดูหรือเคยทักมาก่อน
พ่อแม่ที่ยังไม่รู้จักแบรนด์กดดูแต่ยังไม่ทัก ทักแล้วถามกว้างๆยิงอุ่นช่วงต้นเดือน อย่าคาดหวังปิดการขายทันที
คนหาของแจกหรืองานฟรีถามว่าแจกอะไร เด็กเข้าฟรีไหม แล้วหายไปตัดออกให้เร็วที่สุด ใส่เงื่อนไขในโฆษณาและยกเว้นออกจากกลุ่มเป้าหมาย

ก่อนกดยิงแคมเปญวันเด็ก ลองตอบ 5 ข้อนี้ให้ตรงๆ

ผมใช้ลิสต์นี้ตอนตรวจแคมเปญเทศกาลของลูกค้า ถ้าตอบไม่ได้เกินสองข้อ ผมจะไม่เพิ่มงบก่อน

  • โฆษณาบอกชัดไหมว่าสิ่งที่ขายคืออะไร ราคาเริ่มต้นหรือเงื่อนไขหลักอยู่ตรงไหน ไม่ปล่อยให้คนเดาว่ามีของแจก
  • คุณมีคำถามคัดกรอง 1-2 ข้อที่ถามในแชทแรก เช่นอายุเด็กหรือสิ่งที่พ่อแม่อยากได้ เพื่อแยกคนที่พร้อมคุยออกจากคนที่แค่ถามผ่านๆ
  • คุณแยกงบระหว่างหาคนใหม่กับตามคนที่เคยสนใจไว้แล้วหรือยัง ไม่ใช่ใส่ทั้งก้อนในแคมเปญเดียว
  • คุณมีรายชื่อคนที่ต้องตัดออก เช่นคนที่ทักแล้วหาย ทักถามของแจก หรือทักแล้วไม่เคยตอบคำถามคัดกรอง
  • ตอนวัดผลหลังแคมเปญ คุณดูที่ต้นทุนต่อคนที่จองหรือนัดได้จริง ไม่ใช่ต้นทุนต่อแชท

จากบัญชีที่ผมดูแล ปัญหาจริงไม่ใช่ค่าโฆษณาแพง

จากบัญชีสายคลินิกแม่และเด็กที่ผมดูแล ช่วงที่แชทพุ่งสูงสุดไม่ใช่ช่วงที่ยอดดีที่สุด สิ่งที่ผมเข้าไปแก้ไม่ใช่การลดค่าโฆษณา แต่เป็นการตั้งเกณฑ์ว่าแชทแบบไหนนับเป็นลีดที่ใช่ แล้วให้ระบบเรียนรู้จากเฉพาะกลุ่มนั้น

วิธีที่ใช้คือเปิด Lead Center ตั้งเกณฑ์คัดลีด จากนั้นสร้างกลุ่ม Lookalike 1% จากคนที่ผ่านเกณฑ์ ตัดคนที่เป็นสแปมหรือไม่ผ่านเกณฑ์ออกจากการยิงรอบถัดไป และถอดปุ่มตอบด่วนออกจากโฆษณาด้วยโค้ด JSON เพื่อให้คนที่ทักเข้ามาต้องพิมพ์เองจริงๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสนใจ ผลที่ได้จากเคสนั้นคือ

+50%
ลีดตรงกลุ่มและพร้อมคุย
700k–1.2M฿
ยอดลูกค้าใหม่ต่อเดือน จากงบโฆษณา 150–200k

ที่อยากเน้นคือตัวเลขพวกนี้มาจากการคัดคนให้ถูกก่อน ไม่ได้มาจากการเพิ่มงบ และเป็นผลของธุรกิจหนึ่งรายที่เงื่อนไขของมันเอง ธุรกิจคุณอาจได้ไม่เท่ากัน หลักคิดเดียวกันใช้ได้กับแคมเปญวันเด็กทุกแบบ

วางแคมเปญวันเด็กย้อนหลังจากวันที่ 9 มกราคมยังไงดี

ผมแนะนำให้นับถอยหลังเป็นสี่ช่วง แต่ละช่วงมีเป้าหมายคนละอย่าง ไม่ได้ใช้ข้อความโฆษณาชุดเดียวทั้งเดือน

ช่วงเวลาสิ่งที่ควรทำเป้าหมายของช่วงนี้
กลางถึงปลายธันวาคมยิงอุ่นกลุ่มพ่อแม่ที่ตรงกลุ่ม ใช้ข้อความบอกว่าคุณช่วยเรื่องอะไรให้ลูกเขาเก็บคนที่ดูและสนใจเข้ากลุ่ม retargeting
28 ธ.ค. – 4 ม.ค. (ช่วงปีใหม่)งบเบาลง ตามคนที่เคยดูหรือเคยทักเท่านั้นรักษากลุ่มอุ่นไว้ ไม่เผางบกับคนที่กำลังเที่ยว
5 – 9 ม.ค. (สัปดาห์วันเด็ก)เร่งงบไปที่ retargeting ใส่ข้อเสนอที่ชัดและมีเงื่อนไขปิดการขายกับคนที่พร้อมแล้ว
หลังวันเด็กเก็บคนที่ทักแต่ยังไม่ตัดสินใจ ตัดกลุ่มถามของแจกออกเอาข้อมูลไปคัดลีดสำหรับแคมเปญถัดไป

ช่วงปีใหม่เป็นจุดที่เจ้าของธุรกิจพลาดบ่อยที่สุด เพราะรู้สึกว่าต้องไม่ปล่อยให้แอดหยุด ทั้งที่พ่อแม่หลายบ้านกำลังเดินทาง การลดงบลงแล้วเก็บแต่คนที่อุ่นแล้ว มักเสียน้อยกว่าการดันงบเต็มในสัปดาห์ที่คนไม่อยู่หน้าจอ

ลองแทนตัวเลขดูว่าแชทที่ได้มา จริงๆ เหลือกี่คนที่น่าคุย

ตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ผลของลูกค้ารายไหน สมมติเดือนมกราคมคุณใช้งบ 60,000 บาท และต้นทุนต่อแชทอยู่ที่ 100 บาท จะได้ราว 600 แชท

ขั้นสมมติฐานจำนวนที่เหลือ
แชททั้งหมด60,000 ÷ 100 บาทต่อแชท600 แชท
ถามหาของแจกหรือกิจกรรมฟรีสมมติ 40% ของแชทเหลือ 360 แชท
ตอบคำถามคัดกรองแล้วคุยต่อสมมติ 25% ของที่เหลือราว 90 คน
จองหรือนัดได้สมมติ 30% ของ 90 คนราว 27 เคส

ต้นทุนต่อเคสจึงเท่ากับประมาณ 2,200 บาท ไม่ใช่ 100 บาทอย่างที่ตัวเลขต้นทุนต่อแชทบอก ต่างกันกว่ายี่สิบเท่า ตัวเลขสมมติจะขยับตามธุรกิจของคุณ แต่บทเรียนเหมือนเดิมคือ ถ้าวัดแค่ต้นทุนต่อแชท คุณจะไม่มีทางรู้ว่าแคมเปญวันเด็กคุ้มหรือไม่

วันเด็กไม่เหมาะกับทุกธุรกิจ และบางกรณีไม่ควรยิงเลย

ถ้าลูกค้าของคุณไม่ใช่พ่อแม่ที่ตัดสินใจเรื่องลูก การเกาะวันเด็กมักได้แค่ยอดดู ถ้าบัญชีของคุณยังไม่มีข้อมูลว่าแชทแบบไหนปิดได้ ช่วงเทศกาลคือช่วงที่ไม่ควรเริ่มเรียนรู้ เพราะข้อมูลจะถูกเทศกาลบิดเบือนไปหมด และถ้ายังไม่มีคนตอบแชทในเวลาที่คนทักเข้ามา เพิ่มงบก็แค่ซื้อแชทผีเพิ่ม

อีกเรื่องที่ขอพูดให้ชัด คือผมดูแลฝั่งการยิงและการวัดผล ไม่ได้รับทำงานภาพหรือชิ้นโฆษณาให้ ถ้าคุณกำลังมองหาคนทำงานส่วนนั้น บทความนี้จะไม่ช่วยตรงจุด แต่ถ้าคุณมีชิ้นโฆษณาอยู่แล้วและอยากให้แคมเปญเทศกาลนำคนที่ใช่เข้ามา ตรงนี้คือสิ่งที่ผมทำ

คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อยเรื่องแอดวันเด็ก

วันเด็กแห่งชาติปี 2570 ตรงกับวันไหน

ตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตามที่ถือปฏิบัติกันมา ปี 2570 จึงเป็นวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2570 ควรเช็กประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งใกล้ช่วงเวลา

ควรเริ่มยิงแอดวันเด็กตั้งแต่เมื่อไหร่

เริ่มอุ่นกลุ่มเป้าหมายประมาณ 3-4 สัปดาห์ก่อนวันจริง คือกลางเดือนธันวาคม ส่วนงบหลักเก็บไว้ใช้กับคนที่เคยดูหรือเคยทักแล้วในสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเด็ก ไม่ควรเทงบทั้งก้อนใส่คนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ในวันเดียว

ทำไมช่วงวันเด็กได้แชทเยอะแต่ปิดการขายไม่ได้

เพราะข้อความเรื่องงานวันเด็ก ของแจก หรือกิจกรรมฟรี ดึงคนที่มาหาของฟรีเข้ามาปนกับพ่อแม่ที่สนใจจริง วิธีแก้คือเขียนเงื่อนไขในโฆษณาให้ชัด ตั้งเกณฑ์คัดลีดจากคนที่ตอบคำถามคัดกรองแล้ว และไม่ใช้แชทดิบเป็นตัวเลขวัดผล

ธุรกิจที่ไม่ได้ขายของเด็กควรยิงแอดวันเด็กไหม

ส่วนใหญ่ไม่ควร ถ้าลูกค้าของคุณไม่ใช่พ่อแม่ที่ตัดสินใจเรื่องลูก การเกาะกระแสวันเด็กจะได้แค่ยอดดูกับแชทที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ งบส่วนนั้นเอาไปใช้กับกลุ่มที่เคยทักหรือเคยซื้อแล้วคุ้มกว่า

แคมเปญวันเด็กปีนี้ ถ้ากลัวจะได้แต่คนถามของแจก ส่งภาพ Ads Manager มาให้ผมดูก่อนกดยิง ผมจะบอกว่าแชทกลุ่มไหนควรตัดออกและงบส่วนไหนควรย้ายไปตามคนที่อุ่นแล้ว

ขอ Ad Health Check ฟรี