ทุกปีพอเข้าปลายเดือนกรกฎาคม เจ้าของธุรกิจสายแม่และเด็ก ร้านของขวัญ หรือคลินิก มักถามผมคำถามเดียวกัน คือ "วันแม่ปีนี้ควรทุ่มงบยิงแอดเพิ่มไหม" เพราะทุกคนรู้ว่าเป็นช่วงที่คนพร้อมจ่ายเพื่อซื้อของให้แม่ แต่พอลงมือยิงจริง หลายเจ้ากลับเจอภาพเดิม แชทเข้ามาเยอะกว่าปกติก็จริง แต่ครึ่งหนึ่งเป็นคนทักมาถามราคา ถามโปร แล้วก็เงียบหายไป พอปิดแคมเปญมานั่งนับยอดกลางเดือนสิงหาคม ยอดขายไม่ได้โตตามจำนวนแชทที่เพิ่มขึ้นเลย
ตอบสั้นๆ ให้ก่อนว่า ช่วงวันแม่ยิงแล้วมักได้แชทผีเยอะกว่าปกติ เพราะสองอย่างมันมาพร้อมกันพอดี — ค่าโฆษณาแพงขึ้นเพราะทุกแบรนด์แย่งประมูลพื้นที่เดียวกัน แล้วตัวโปรลดแลกแจกแถมเองก็ดึงคนที่มา "ล่าดีล" ไม่ใช่คนที่ตั้งใจซื้อ เข้ามาปนอีกเยอะ ทางออกไม่ใช่การยิงให้แชทเยอะขึ้น แต่คือเริ่มอุ่นคนดูไว้ตั้งแต่ก่อนพีคสัก 2–3 สัปดาห์ คัดคนที่ตั้งใจซื้อออกจากคนล่าโปร แล้ววัดกันที่ยอดขายต่อบาท ไม่ใช่จำนวนแชทหรือค่าแชทต่อคน
ทำไมช่วงวันแม่ถึงได้แชทผีเยอะกว่าปกติ
ก่อนอื่นต้องบอกว่ากระแสวันแม่มีมูลจริง คนไทยเริ่มค้นหาคำว่า "วันแม่" กันตั้งแต่ราวๆ วันที่ 20 กรกฎาคม ยาวไปถึง 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นทั้งวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ หน้าต่างขายทองของธุรกิจสายแม่และเด็กอยู่ตรงนี้แหละ แต่ปัญหาที่ตามมามันซ้อนกันอยู่สามชั้น
อย่างแรกเลยคือค่าโฆษณาแพงขึ้น พอทุกแบรนด์รู้ว่าช่วงนี้คนพร้อมซื้อ ทุกคนก็เทงบเข้ามาประมูลกลุ่มเป้าหมายชุดเดียวกันพร้อมกัน ต้นทุนต่อการมองเห็น (CPM) เลยขยับขึ้นจากช่วงปกติ งบเท่าเดิมแต่เข้าถึงคนได้น้อยลง ถ้าไม่วางแผนมาก่อน คุณก็ต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อแย่งความสนใจในจังหวะที่แพงที่สุดของปี
อีกอย่างคือตัวโปรเอง โปรวันแม่ส่วนใหญ่เล่นกับส่วนลด ซึ่งดีในแง่เรียกความสนใจ แต่ผลข้างเคียงคือมันดึงคนที่สนใจ "ส่วนลด" มากกว่าสนใจ "ของ" คนกลุ่มนี้ทักมาถามราคา เทียบไปสามสี่ร้าน แล้วก็ไปซื้อเจ้าที่ถูกกว่า เหลือไว้ให้แค่ภาระแอดมินตอบ
แล้วก็เรื่องเวลา พอหน้าต่างมันแคบแค่สามสัปดาห์ หลายเจ้าเลยเพิ่งตื่นเอาต้นเดือนสิงหาคมแล้วรีบเปิดแคมเปญเก็บแชททันที ยิงใส่คนที่ไม่เคยรู้จักแบรนด์มาก่อนเลย อันนี้แหละคือสูตรของแชทผีตรงๆ เพราะคุณกำลังไล่เก็บออเดอร์จากคนที่ยังไม่พร้อม แล้วก็สอนอัลกอริทึมไปในตัวว่าให้ไปหา "คนชอบทัก" มาเพิ่มให้อีก
พูดง่ายๆ คือ แชทเยอะขึ้นช่วงเทศกาลเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันไม่ได้แปลว่าแคมเปญเวิร์ก สิ่งที่ต้องดูจริงๆ คือสัดส่วนแชทที่กลายเป็นออเดอร์ มันต่างจากเดือนปกติแค่ไหน ถ้าแชทโตขึ้นเท่าตัวแต่ยอดขยับนิดเดียว ก็แปลว่าเงินวันแม่ส่วนใหญ่ไปตกกับคนที่แค่แวะมาถาม
เช็กก่อนกดยิง แคมเปญวันแม่คุณเก็บลูกค้าหรือแค่ยอดแชท
ลองตอบใจตัวเองตรงๆ กับห้าข้อนี้ดู ยิ่งตอบว่า "ยังไม่ได้ทำ" หลายข้อ ยิ่งมีโอกาสสูงที่แคมเปญวันแม่ปีนี้จะได้แชทผีมากกว่ายอด
- คุณเริ่มยิงคอนเทนต์อุ่นเครื่องให้คนรู้จักสินค้ามาก่อนสัปดาห์วันแม่แล้วหรือยัง หรือเพิ่งจะมาเปิดแคมเปญเก็บแชทเอาต้นสิงหาคมเลย
- คุณแยกงบระหว่าง "หาคนใหม่" กับ "ปิดคนที่เคยสนใจแล้ว" หรือรวมกันเป็นก้อนเดียว
- โฆษณาวันแม่ของคุณบอกชัดไหมว่าของเหมาะกับใคร ราคาประมาณเท่าไหร่ หรือเปิดกว้างให้ใครทักก็ได้
- คุณมีลิสต์กลุ่มที่จะตัดออก (คนที่ซื้อไปแล้ว คนที่เคยทักแล้วไม่ใช่ลูกค้า) หรือปล่อยให้แอดยิงชนทุกคนซ้ำ
- ตอนวัดผลปลายแคมเปญ คุณดูที่ยอดขายจริงกับกำไร หรือดูแค่จำนวนแชทกับค่าแชทต่อคนบนหน้า Ads Manager
ปัญหาจริงไม่ใช่ค่าโฆษณาแพง แต่คือแอดไล่เก็บผิดคน
จากบัญชีสายแม่และเด็กที่ผมดูแลมาหลายปี ปัญหาช่วงแคมเปญที่กดดันเรื่องเวลาแบบวันแม่ แทบไม่เคยเป็นเรื่อง "CPM แพง" อย่างที่เจ้าของกังวลกันเลย ปัญหาจริงคือแอดถูกตั้งให้ไล่เก็บแชทจากคนแปลกหน้าทั้งหมดในจังหวะที่แข่งกันแพงที่สุด แล้วป้อนสัญญาณของ "คนชอบทัก" กลับเข้าอัลกอริทึม พอทำแบบนี้ต่อเนื่อง ระบบก็ยิ่งหาคนแบบเดิมมาให้ ต้นทุนต่อลูกค้าจริงเลยแพงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ตัวเลขค่าแชทต่อคนบนหน้าจอดูสวยดี
สิ่งที่เราเข้าไปแก้ไม่ใช่การเพิ่มงบ แต่คือรื้อลำดับของ funnel ใหม่ทั้งหมด — สร้างกลุ่มคนที่รู้จักสินค้าไว้ก่อน แล้วค่อยเทงบช่วงพีคไปปิดกับคนกลุ่มนั้น พร้อมตั้งเกณฑ์คัดลีดและตัดกลุ่มที่ไม่ใช่ออกไป ผลของการจัดระบบคัดคุณภาพลีดแบบนี้กับคลินิกสายแม่และเด็กที่เราดูแล เห็นเป็นตัวเลขได้จริง
ที่อยากเน้นคือตัวเลขพวกนี้ไม่ได้มาจากการยิงให้แชทเยอะขึ้นตอนเทศกาล แต่มาจากการทำให้ทุกบาทไปตกกับคนที่ตั้งใจซื้อจริง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันที่ใช้ได้ทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะวันแม่
วางแคมเปญวันแม่ยังไงให้ได้ยอด ไม่ใช่แค่แชท
ทีนี้ถ้าจะวางแคมเปญวันแม่เอง หัวใจคืออย่ารอให้ถึงต้นสิงหาคมแล้วค่อยเริ่ม ให้ลองคิดย้อนกลับจากวันที่ 12 สิงหาคม แล้วแบ่งงานเป็นเฟส หน้าตาที่เราใช้กับบัญชีลูกค้าจะประมาณนี้
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| 3 สัปดาห์ก่อน (ปลาย ก.ค.) | ยิงคอนเทนต์วิดีโอ/โพสต์ให้คนรู้จักสินค้าและมุมของขวัญวันแม่ ด้วยงบไม่มาก เน้น reach และ video view | สร้างกลุ่มคนที่อุ่นแล้วไว้เก็บเกี่ยวทีหลัง |
| 2 สัปดาห์ก่อน (ต้น ส.ค.) | เริ่ม retarget คนที่ดูวิดีโอ/มีปฏิสัมพันธ์ ด้วยโฆษณาที่บอกโปรและวิธีสั่ง พร้อมตัดคนที่ซื้อแล้วออก | ปิดคนที่เริ่มสนใจ ก่อน CPM จะพีคสุด |
| 1 สัปดาห์สุดท้าย (6–12 ส.ค.) | เร่งงบไปที่กลุ่ม warm กับกลุ่ม Lookalike ที่สร้างจากลูกค้าจริง เน้นแคมเปญ conversion/message | เก็บยอดในจังหวะที่คนตัดสินใจซื้อ |
| หลังวันแม่ | เก็บคนที่ทักแต่ยังไม่ปิด เข้ากลุ่ม retarget ต่อ และบันทึกเกณฑ์ลีดคุณภาพไว้ใช้เทศกาลหน้า | ไม่ทิ้ง warm pool ที่จ่ายเงินสร้างมาแล้ว |
นอกจากไทม์ไลน์แล้ว ยังมีอีกสี่อย่างที่ช่วยให้แคมเปญคัดคนได้ดีขึ้นทันที อย่างแรกคือตั้งเกณฑ์ให้ชัดว่าลีดแบบไหนถือว่าพร้อมซื้อ แล้วป้อนสัญญาณนั้นกลับเข้าระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้อัลกอริทึมไล่หาคนที่ชอบทักไปเรื่อยๆ อย่างที่สองคือสร้าง Lookalike จากลูกค้าจริงเท่านั้น ไม่ใช่จากคนทักทั้งหมดที่มีผีปนอยู่ เพราะช่วงพีคที่งบเยอะ ระบบจะยิ่งขยายฐานผีให้เร็วขึ้น อย่างที่สามคือใส่ตัวกรองลงไปในครีเอทีฟกับแคปชันเลย บอกกลุ่มเป้าหมายและช่วงราคาให้ชัดตั้งแต่ในโฆษณา ให้คนที่ไม่ใช่กลุ่มกรองตัวเองออกก่อนทัก ยิ่งช่วงโปรที่คนล่าดีลเยอะยิ่งจำเป็น และอย่างสุดท้าย พอจบแคมเปญให้ดูที่ต้นทุนต่อลูกค้าจริงกับ ROAS ไม่ใช่จำนวนแชทหรือค่าแชทต่อคน เพราะช่วงวันแม่สองตัวหลังนี่แหละที่หลอกตาได้ง่ายที่สุด
วันแม่ไม่ได้เหมาะกับทุกธุรกิจ
อีกด้านที่อยากพูดถึงคือไม่ใช่ทุกธุรกิจควรอัดงบช่วงนี้ ถ้าเข้าข่ายพวกนี้ การฝืนทุ่มมักได้แชทผีมากกว่ายอด — สินค้าหรือบริการที่ไม่เกี่ยวกับการให้ของขวัญหรือกลุ่มแม่เลย เพราะการยัดธีมวันแม่แบบฝืนๆ มีแต่จะดึงคนผิดกลุ่มเข้ามา, เพจที่เพิ่งเปิดใหม่ยังไม่มีกลุ่มคนที่รู้จักแบรนด์และเหลือเวลาไม่พอจะอุ่นเครื่อง เพราะเทงบยิง cold ช่วงพีคคือจ่ายแพงที่สุดเพื่อผลที่แย่ที่สุด, ธุรกิจที่มาร์จิ้นบางจนส่วนลดวันแม่ทำให้แต่ละออเดอร์แทบไม่เหลือกำไร ยอดโตแต่กำไรหดไม่คุ้มกับภาระทีม, หรือทีมแอดมินที่ยังไม่พร้อมรับแชทที่เพิ่มขึ้น เพราะตอบช้าช่วงพีคเสียทั้งลูกค้าจริงและงบที่จ่ายไปสร้างลีด
สุดท้าย ถ้าคุณยิงแอดอยู่แล้วเดือนละหลักหมื่นขึ้นไป แล้วรู้สึกว่าทุกเทศกาลได้แชทเยอะแต่ยอดไม่ขยับตาม หรือไม่แน่ใจว่าจะแบ่งเฟสงบสามสัปดาห์นี้ยังไงไม่ให้ไปกองที่ช่วงแพงสุด ตรงนี้แหละที่คนนอกที่อ่านตัวเลขเป็นจะช่วยได้เร็ว เพราะปัญหาส่วนใหญ่มันซ่อนอยู่ในการตั้ง objective การคัดลีด และลำดับ funnel ไม่ใช่ที่ตัวครีเอทีฟหรืองบอย่างที่หลายคนคิด
วันแม่ปีนี้จะยิงทั้งที อยากรู้ก่อนว่าแคมเปญกำลังจะรั่วตรงไหน? ให้ผมช่วยดูการตั้งค่างบ ครีเอทีฟ และการคัดลีด ก่อนคุณกดยิงจริง
ขอ Ad Health Check ฟรี