
วันที่ 23 กันยายน 2569 OpenAI เปิดโฆษณาใน ChatGPT ในไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน สิ่งที่ต่างจากตอนเปิดญี่ปุ่นกับเกาหลีคือรอบนี้ธุรกิจลงเองผ่าน Ads Manager ได้ตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องผ่านเอเจนซี่ใหญ่ พอข่าวออกก็มีเจ้าของธุรกิจทักมาถามผมแทบจะทันทีว่าต้องรีบลงไหม ถ้าไม่ลงจะตกขบวนหรือเปล่า
คำตอบสั้นที่สุด: ChatGPT Ads น่าสนใจจริง เพราะโฆษณาขึ้นตอนที่คนกำลังเปรียบเทียบและใกล้ตัดสินใจ แต่ยังไม่ใช่ช่องที่ควรย้ายงบไปหา ราคาที่ OpenAI แนะนำให้เริ่มคือ 3-5 ดอลลาร์ต่อคลิก หรือราว 100-170 บาท ซึ่งพอ ๆ กับต้นทุนต่อหนึ่งแชทบน Facebook ของหลายธุรกิจ คลิกนั้นพาไปหน้าเว็บ ไม่ใช่กล่องแชท และคลินิกกับธุรกิจบริการสุขภาพในไทยยังลงโฆษณาไม่ได้เลยตามนโยบายตอนนี้ ธุรกิจที่ควรลองคือกลุ่มที่อยู่ในหมวดที่เปิด ลูกค้าหนึ่งคนมีมูลค่าหลายพันบาทขึ้นไป และมีหน้าเว็บที่เก็บลีดหรือปิดการขายได้เองอยู่แล้ว ลองด้วยงบแยก ไม่ต้องดึงจากช่องทางที่กำลังทำเงินอยู่
ChatGPT Ads ขึ้นตรงไหน ใครเห็น และเลือกโฆษณาจากอะไร
โฆษณาจะอยู่ใต้คำตอบของ ChatGPT มีป้ายบอกชัดว่าเป็นโฆษณาและแยกจากตัวคำตอบ หนึ่งชิ้นมีชื่อธุรกิจ โลโก้ พาดหัว ข้อความสั้น รูป และลิงก์ไปหน้าเว็บ มันไม่ได้โผล่ทุกครั้งที่ถาม ระบบจะเลือกขึ้นเฉพาะบทสนทนาที่ประเมินว่าโฆษณานั้นเกี่ยวข้องจริง
คนที่เห็นโฆษณาคือผู้ใช้แพ็กเกจ Free กับ Go ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น คนที่จ่าย Plus, Pro หรือ Business จะไม่เห็นโฆษณาเลย ข้อนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด ถ้าคุณขายของให้เจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร คนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งจ่ายแพ็กเกจเสียเงินอยู่แล้วและจะไม่เห็นโฆษณาของคุณ แต่ถ้าคุณขายให้ผู้บริโภคทั่วไป เช่น พ่อแม่ นักเรียน หรือคนวางแผนเที่ยว คนกลุ่มใหญ่ยังใช้แบบฟรี
การเลือกโฆษณาไม่ได้ใช้คีย์เวิร์ดแบบ Google ผู้ลงโฆษณาจะเขียนสิ่งที่ OpenAI เรียกว่าคำใบ้บริบท คือบรรยายว่าสินค้าของเราเหมาะกับบทสนทนาแบบไหน ลูกค้าอยู่ในสถานการณ์อะไร แล้วระบบจับคู่จากบริบทของบทสนทนาตอนนั้น หน้าเว็บปลายทาง และข้อความในโฆษณา ถ้าผู้ใช้เปิดการปรับโฆษณาให้เหมาะกับตัวเองไว้ ระบบจะดูสัญญาณจากการใช้ ChatGPT ในภาพรวมประกอบด้วย OpenAI ย้ำว่าไม่ส่งบทสนทนาให้ผู้ลงโฆษณา ไม่ขายข้อมูลผู้ใช้ และโฆษณาไม่มีผลกับคำตอบ
และอย่ามองว่าเป็นของทดลองเล่น ๆ OpenAI บอกว่าปลายเดือนสิงหาคมรายได้โฆษณาใน ChatGPT ขึ้นไปแตะระดับหนึ่งพันล้านดอลลาร์ต่อปี ในเวลาไม่ถึง 200 วันหลังเปิด มีผู้ลงโฆษณาหลายหมื่นราย และตอนนี้เปิดแล้วกว่า 60 ประเทศ
ค่าโฆษณาเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับแอด Facebook ที่ยิงอยู่ทุกวันนี้
ChatGPT Ads ซื้อได้สามแบบ จ่ายตามการเห็น (CPM) จ่ายตามคลิก (CPC) หรือให้ระบบหาคนที่มีแนวโน้มทำ conversion แต่ยังคิดเงินตามคลิก (oCPC) การประมูลเป็นแบบราคาที่สองถ่วงด้วยความเกี่ยวข้อง แปลว่าจ่ายจริงอาจต่ำกว่าราคาสูงสุดที่ตั้ง และโฆษณาที่ตรงบทสนทนากว่ามีโอกาสชนะแม้เสนอราคาน้อยกว่า สำหรับแคมเปญแบบคลิก OpenAI แนะนำให้เริ่มที่ราคาสูงสุด 3-5 ดอลลาร์ ที่อัตราแลกเปลี่ยนราว 33 บาทต่อดอลลาร์ เท่ากับประมาณ 100-170 บาทต่อคลิก
ตัวเลขนี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อวางเทียบกับของที่คุณจ่ายอยู่ จากบัญชีกลุ่มการศึกษาที่ผมดูแล หลังจัดระบบคัดลีดแล้ว ต้นทุนต่อหนึ่งข้อความบน Facebook อยู่ราว 60-150 บาท จากเดิม 300-600 บาท หนึ่งข้อความคือคนที่พิมพ์เข้ามาคุยกับทีมขายแล้ว ส่วนหนึ่งคลิกบน ChatGPT คือคนที่เพิ่งเปิดหน้าเว็บ ยังไม่ได้บอกชื่อ ยังไม่ได้ถามราคา สมมติหน้าเว็บเปลี่ยนคนที่คลิกเข้ามาเป็นลีดได้ 5% ที่คลิกละ 100 บาท ต้นทุนต่อลีดจะอยู่ที่ 2,000 บาท ถ้าเปลี่ยนได้ 10% ก็ยังอยู่ที่ 1,000 บาท
ผมไม่ได้บอกว่าแพงแปลว่าไม่คุ้ม คนที่มาจาก ChatGPT ผ่านการถาม เปรียบเทียบ และอ่านคำตอบมาแล้วก่อนจะคลิก โอกาสเป็นคนตั้งใจซื้อจริงอาจสูงกว่าคนที่เห็นแอดระหว่างไถฟีด แต่ข้อนี้ยังเป็นสมมติฐาน ผมยังไม่มีตัวเลขจากบัญชีไทยเพราะเพิ่งเปิด และราคาจริงในไทยอาจต่ำกว่าราคาแนะนำเพราะคนแข่งประมูลยังน้อย สิ่งที่พูดได้ตอนนี้คือต้องวัดที่ต้นทุนต่อลีดที่ผ่านเกณฑ์หรือต้นทุนต่อลูกค้า ไม่ใช่ราคาต่อคลิก
| Facebook แบบข้อความ | Google Search | ChatGPT Ads | |
|---|---|---|---|
| คนเห็นโฆษณาตอนไหน | ระหว่างไถฟีด ยังไม่ได้ตั้งใจหา | ตอนพิมพ์ค้นหาสิ่งที่ต้องการ | ตอนคุยกับ AI เพื่อเปรียบเทียบหรือวางแผน |
| เลือกคนเห็นจาก | ความสนใจ พฤติกรรม Lookalike retarget | คีย์เวิร์ดที่ค้น | บริบทของบทสนทนาและคำใบ้บริบท |
| คลิกแล้วไปไหน | กล่องแชท | หน้าเว็บ | หน้าเว็บ |
| จ่ายตาม | การเห็น ข้อความ หรือผลลัพธ์ | คลิกเป็นหลัก | การเห็นหรือคลิก |
| เครื่องมือคัดคนไม่ตรง | ครบ ตั้งเกณฑ์คัด ยกเว้นกลุ่ม ส่งสัญญาณกลับ | คีย์เวิร์ดปฏิเสธ | เริ่มมี Custom Audience จากรายชื่อที่อัปโหลด (เลือก ยกเว้น ปรับราคา) ที่เหลือพึ่งบริบทกับหน้าเว็บ |
| ความพร้อมของการวัดผล | เต็มที่ | เต็มที่ | เริ่มต้น มี Pixel, Conversions API และ UTM |
คลินิกและธุรกิจสุขภาพในไทยยังลงไม่ได้ ข้อนี้ข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้พูด
ถ้าคุณทำคลินิกความงาม คลินิกเด็ก หรือบริการสุขภาพ อ่านย่อหน้านี้ก่อนเสียเวลาสมัคร นโยบายโฆษณาของ OpenAI ฉบับล่าสุดที่อัปเดตวันที่ 10 กันยายน 2569 เขียนไว้ว่าโฆษณาบริการสุขภาพนอกสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไปไม่อนุญาต ขนาดในสหรัฐฯ เองก็ยังเป็นแบบพิจารณารายเคส เช่น ทันตกรรม โรงพยาบาล หรือหัตถการความงามแบบไม่รุกล้ำ บริการการเงินและกฎหมายนอกสหรัฐฯ ก็ยังลงไม่ได้เหมือนกัน
หมวดที่ OpenAI เปิดรับในช่วงแรกคือสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในบ้าน บริการในพื้นที่ ท่องเที่ยวและความบันเทิง สินค้าดิจิทัล และการศึกษา ส่วนที่ยังไม่รับมีทั้งแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน แอปหาคู่ การเมือง อาหารเสริมหรือโปรแกรมดีท็อกซ์ที่เคลมสุขภาพเกินหลักฐาน และบริการโค้ชสุขภาพ ส่วนสินค้าสุขภาพทั่วไปที่ไม่เคลมทางการแพทย์ เช่น อุปกรณ์ออกกำลังกาย หรืออาหารเสริมที่วางขายในร้านค้าปลีกใหญ่อยู่แล้ว อาจผ่านได้
อีกชั้นที่ต้องรู้คือต่อให้สินค้าอยู่ในหมวดที่เปิด โฆษณาก็จะไม่ขึ้นข้างบทสนทนาที่อ่อนไหว เช่น เรื่องสุขภาพกายและใจส่วนตัว ถ้าคุณขายของใช้เด็ก แล้วพ่อแม่กำลังถาม ChatGPT ว่าลูกไข้ขึ้นต้องทำยังไง โฆษณาของคุณจะไม่โผล่ตรงนั้น ผมว่าถูกต้องแล้ว แต่ก็แปลว่าบทสนทนาที่คุณเข้าไปได้จะแคบกว่าที่คิด
| กลุ่มธุรกิจ | ลงได้ไหมตอนนี้ | ความเห็นของผม |
|---|---|---|
| คลินิกความงาม คลินิกเด็ก บริการทางการแพทย์ | ไม่ได้ในไทย | ไม่ต้องเสียเวลาสมัคร เอาแรงไปทำให้ ChatGPT พูดถึงคลินิกของคุณในคำตอบแทน |
| คอร์สเรียน ติวเตอร์ โรงเรียนเอกชน | ได้ อยู่ในหมวดการศึกษา | กลุ่มที่น่าลองที่สุด พ่อแม่ถาม AI ให้ช่วยเทียบโรงเรียนและคอร์สกันอยู่แล้ว |
| สินค้าแม่และเด็กที่ไม่เคลมสุขภาพ | ได้ ในหมวดของใช้ | ลองได้ ระวังคำโฆษณาที่แตะผลต่อสุขภาพเด็ก |
| อาหารเสริม | เสี่ยงโดนปฏิเสธ | ผ่านได้เฉพาะแบบที่ไม่เคลมผลต่อสุขภาพ |
| บริการในพื้นที่ เช่น ช่างแอร์ รับเหมา ทำความสะอาด | ได้ | น่าลองถ้างานหนึ่งชิ้นมีมูลค่าสูง |
| ท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก | ได้ | เข้ากับพฤติกรรมวางแผนทริปที่คนชอบถาม AI |
สิ่งที่ต่างจากแอดที่คุณเคยยิงจริง ๆ มีสามเรื่อง
เรื่องแรก คำตอบอยู่เหนือโฆษณาเสมอ ลองนึกภาพพ่อแม่ถาม ChatGPT ว่าคอร์สภาษาอังกฤษสำหรับเด็กแถวบ้านที่ไหนดี คำตอบจะแนะนำมาสามสี่ที่ แล้วโฆษณาของคุณอยู่ข้างล่าง ถ้าชื่อคุณไม่อยู่ในคำตอบ การลงโฆษณาคือการจ่ายเงินเพื่อเป็นตัวเลือกสำรองใต้คำแนะนำของคนอื่น และ OpenAI ยืนยันเองว่าเงินโฆษณาซื้อที่ในคำตอบไม่ได้ ที่ในคำตอบมาจากเนื้อหาบนเว็บและแหล่งข้อมูลที่ AI เชื่อถือ ซึ่งคืองานที่เรียกกันว่า AI SEO ผมวัดเรื่องนี้ให้เว็บตัวเองทุกเดือนด้วยชุดคำถามเดิม 27 ข้อ บอกได้เลยว่ามันขยับช้ากว่าการกดลงโฆษณามาก แต่เป็นที่ที่คนเชื่อมากกว่า
เรื่องที่สอง ปลายทางคือหน้าเว็บ ไม่ใช่กล่องแชท ธุรกิจไทยจำนวนมากปิดการขายในแชท Facebook หรือ LINE และมีหน้าเว็บไว้แค่ให้ดูน่าเชื่อถือ ถ้าหน้าที่คนคลิกไปไม่ได้ตอบต่อจากที่ ChatGPT ตอบไว้ ไม่มีราคา ไม่มีเหตุผลให้เลือกคุณ หรือพาไปหน้าแรกทั่วไป คลิกละร้อยกว่าบาทจะหายไปเฉย ๆ ข้อดีคือคนที่อ่านคำตอบ อ่านหน้าเว็บ แล้วยังตัดสินใจกรอกฟอร์มหรือกดทัก มักตั้งใจกว่าคนที่เผลอกดปุ่มตอบอัตโนมัติในแอด โอกาสเจอแชทผีน่าจะน้อยกว่า แต่ต้องมีหน้าที่ดีพอจะเก็บคนกลุ่มนี้ไว้
เรื่องที่สาม เครื่องมือยังน้อย ตอนนี้รายงานใน Ads Manager มีการเห็น คลิก ยอดใช้จ่าย CTR ราคาต่อคลิก ราคาต่อพันการเห็น และ conversion วัดผลได้ด้วย OpenAI Pixel, Conversions API และ UTM ตอนผมตั้งแคมเปญในบัญชีจริง เจอว่ามี Custom Audience ให้ใช้แล้ว ทั้งเลือกให้เห็นเฉพาะกลุ่ม ยกเว้นกลุ่มที่ไม่ใช่ และปรับราคาประมูลขึ้นลงตามกลุ่ม แต่ต้องอัปโหลดรายชื่อเข้าไปเอง และยังไม่เห็นตัวเลือกสร้างกลุ่มคล้ายลูกค้าจริงแบบ Lookalike หรือเลือกคนจากความสนใจแบบที่เราใช้บน Meta ทุกวัน การคัดคุณภาพจึงยังพึ่งสองอย่างเป็นหลัก คือคำใบ้บริบทที่แม่น กับหน้าเว็บที่คัดคนได้เอง OpenAI บอกว่าจะเพิ่มรูปแบบโฆษณา เครื่องมือปรับประสิทธิภาพ และการวัดผลในอีกไม่กี่เดือน คนที่ลองตอนนี้จึงได้ประมูลตอนคนยังน้อย แต่ต้องทำงานกับเครื่องมือที่ยังไม่ครบ
ธุรกิจแบบไหนควรลอง แบบไหนยังไม่ควร
ผมแยกให้เป็นสองฝั่ง ถ้าคุณเข้าฝั่งแรกเกือบทุกข้อ ลองได้ ถ้าเข้าฝั่งหลังแม้แต่ข้อเดียว รอไปก่อนจะคุ้มกว่า
ควรลอง ถ้า
- อยู่ในหมวดที่ OpenAI เปิดรับ และโฆษณาไม่ต้องเคลมผลลัพธ์ด้านสุขภาพหรือการเงิน
- ลูกค้าของคุณหาข้อมูลหรือเปรียบเทียบก่อนซื้อ เช่น เลือกโรงเรียน เลือกคอร์ส เลือกซอฟต์แวร์ วางแผนเที่ยว หรือจ้างช่างงานใหญ่
- ลูกค้าหนึ่งคนมีมูลค่าหลายพันบาทขึ้นไป พอจะรับต้นทุนต่อลีดหลักพันได้
- มีหน้าเว็บเฉพาะเรื่องที่ตอบคำถามต่อจากคำตอบของ AI ได้ และวัด conversion บนหน้านั้นได้
- ช่องทางหลักนิ่งแล้ว มีงบแยกสำหรับทดลองโดยไม่กระทบยอดขายเดือนนี้
ยังไม่ควร ถ้า
- ทำคลินิก บริการทางการแพทย์ การเงิน หรือกฎหมาย นโยบายยังไม่เปิดให้ในไทย
- ขายสินค้าราคาต่อชิ้นต่ำที่ตัดสินใจเร็ว คนไม่ถาม AI ก่อนซื้อเสื้อตัวละสามร้อย Facebook TikTok และ Shopee ยังถูกและเร็วกว่ามาก
- ปิดการขายในแชทอย่างเดียวและยังไม่มีหน้าเว็บที่ใช้งานได้จริง
- ยิงแอดรวมไม่ถึงห้าหมื่นต่อเดือน และช่องทางหลักยังมีแชทผีหรือต้นทุนต่อลีดที่ยังไม่นิ่ง แก้ช่องหลักก่อนได้ผลกว่า
- สิ่งที่อยากได้จริง ๆ คือให้ ChatGPT แนะนำแบรนด์คุณในคำตอบ อันนั้นซื้อด้วยโฆษณาไม่ได้
ถ้าจะลอง ตั้งงบทดสอบแบบนี้ให้ได้คำตอบในสองถึงสามสัปดาห์
เป้าหมายของรอบแรกไม่ใช่ยอดขาย แต่คือคำตอบว่าคนจากช่องนี้เปลี่ยนเป็นลูกค้าได้ไหม และต้นทุนเท่าไหร่ ผมจะตั้งแบบนี้
- เช็กหมวดสินค้าและข้อความโฆษณากับนโยบายของ OpenAI ก่อนสมัคร ผู้ลงโฆษณาที่ถูกเรียกเก็บเงินต้องเป็นธุรกิจที่อยู่ในประเทศที่เปิดให้บริการ
- ถ้าสมัครก่อน 30 กันยายน 2569 หน้า ads.openai.com แจ้งว่าใช้จ่ายครบ 3,000 บาท จะได้เครดิตเพิ่มอีก 3,000 บาท เท่ากับทดลองได้สองเท่า
- ติด OpenAI Pixel หรือ Conversions API และใส่ UTM ในลิงก์ทุกชิ้นงาน ไม่อย่างนั้นคุณจะเห็นแค่คลิก ไม่เห็นว่าใครกลายเป็นลีด
- เขียนคำใบ้บริบทเป็นสถานการณ์ของลูกค้า 5-10 แบบ เช่น พ่อแม่ที่ลูกจะขึ้น ป.1 ปีหน้าและกำลังเทียบโรงเรียนสองภาษาย่านตะวันออกของกรุงเทพฯ ไม่ใช่คีย์เวิร์ดสั้น ๆ
- ทำชิ้นงานหลายมุม พาดหัวบอกประโยชน์ชัด ๆ ว่าเหมาะกับใคร ใช้ตอนไหน OpenAI แนะนำเองว่าข้อความที่เฉพาะเจาะจงได้ผลกว่าคำขายกว้าง ๆ
- ลิงก์ไปหน้าเฉพาะเรื่อง ไม่ใช่หน้าแรก และอย่าบล็อกบอทของ OpenAI (OAI-AdsBot และ OAI-SearchBot) ในเว็บ ไม่งั้นโฆษณาจะไม่ผ่าน
- เริ่มราคาคลิกสูงสุดที่ 3 ดอลลาร์ ตั้งงบทดลอง 20,000-30,000 บาท จะได้ราว 200-300 คลิกที่ราคาแนะนำ พอเห็นอัตราเปลี่ยนเป็นลีด
- ตัดสินที่ต้นทุนต่อลีดที่ผ่านเกณฑ์ ถ้าแพงกว่าช่องทางหลักเกินหนึ่งเท่าครึ่ง หยุดไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่เมื่อเครื่องมือครบกว่านี้
มุมของผม ควรรีบไหม
ไม่ต้องรีบย้ายงบ แต่ก็ไม่ควรเมิน สิ่งที่ผมเห็นจากข่าวนี้ไม่ใช่แค่ช่องทางโฆษณาเพิ่มอีกช่อง แต่คือหลักฐานว่าพฤติกรรมเปลี่ยนไปแล้ว คนเริ่มถาม AI ก่อนตัดสินใจซื้อ และ OpenAI เพิ่งยืนยันว่าจังหวะนั้นมีมูลค่าพอจะขายโฆษณาได้ ถ้าธุรกิจคุณอยู่ในหมวดที่เปิด การลองด้วยเงินก้อนเล็กตอนที่คนแข่งประมูลยังน้อยคุ้มค่า เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือข้อมูลว่าคนจากช่องนี้ปิดได้ไหม ก่อนที่คู่แข่งจะรู้
แต่ถ้าต้องเลือกทำอย่างเดียว ผมเลือกทำให้ชื่อคุณอยู่ในคำตอบก่อนเสมอ เพราะคำตอบอยู่บนสุด ไม่มีค่าคลิก และเป็นส่วนที่คนเชื่อ ส่วนคลินิกและธุรกิจสุขภาพที่ยังลงโฆษณาไม่ได้ ช่วงนี้คือเวลาที่ดีที่สุดที่จะทำงานส่วนนั้น ถ้าวันหนึ่ง OpenAI เปิดหมวดสุขภาพในไทย ธุรกิจที่อยู่ในคำตอบอยู่แล้วจะได้เปรียบทั้งสองชั้น
คำถามที่เจอบ่อยเรื่อง ChatGPT Ads ในไทย
ChatGPT Ads เปิดในไทยเมื่อไหร่ ลงเองได้ไหม
OpenAI เริ่มเปิดโฆษณาใน ChatGPT ในไทยวันที่ 23 กันยายน 2569 พร้อมอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน ธุรกิจลงเองได้ตั้งแต่วันแรกผ่าน Ads Manager ที่ ads.openai.com โดยผู้ลงโฆษณาที่ถูกเรียกเก็บเงินต้องอยู่ในประเทศที่เปิดให้บริการ หรือจะซื้อผ่านทีมขายของ OpenAI และเอเจนซี่พาร์ตเนอร์ก็ได้
ค่าโฆษณาใน ChatGPT เท่าไหร่
ซื้อได้ทั้งแบบจ่ายตามการเห็น (CPM) จ่ายตามคลิก (CPC) และแบบให้ระบบหาคนที่มีแนวโน้มทำ conversion แต่ยังคิดเงินตามคลิก (oCPC) OpenAI แนะนำให้เริ่มที่ราคาสูงสุด 3-5 ดอลลาร์ต่อคลิก หรือราว 100-170 บาท ระบบประมูลเป็นแบบราคาที่สองถ่วงด้วยความเกี่ยวข้อง ราคาที่จ่ายจริงจึงอาจต่ำกว่าที่ตั้งไว้ OpenAI ยังไม่ได้ประกาศงบขั้นต่ำ และบัญชีที่สมัครก่อน 30 กันยายน 2569 จะได้เครดิต 3,000 บาทเมื่อใช้จ่ายครบ 3,000 บาท
คลินิกหรือธุรกิจสุขภาพลงโฆษณาใน ChatGPT ได้ไหม
ตอนนี้ยังไม่ได้ในไทย นโยบายโฆษณาของ OpenAI ฉบับวันที่ 10 กันยายน 2569 ระบุว่าโฆษณาบริการสุขภาพนอกสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไปไม่อนุญาต รวมถึงบริการการเงินและกฎหมายด้วย อาหารเสริมที่เคลมผลต่อสุขภาพเกินหลักฐานก็ไม่ผ่าน สินค้าสุขภาพทั่วไปที่ไม่เคลมทางการแพทย์ เช่น อุปกรณ์ออกกำลังกาย อาจผ่านได้
ลงโฆษณาแล้ว ChatGPT จะแนะนำแบรนด์เราในคำตอบไหม
ไม่ OpenAI ยืนยันว่าโฆษณาไม่มีผลกับคำตอบ โฆษณาจะแสดงแยกอยู่ใต้คำตอบพร้อมป้ายบอกว่าเป็นโฆษณา การที่ชื่อธุรกิจไปอยู่ในคำตอบมาจากเนื้อหาบนเว็บและแหล่งข้อมูลที่ AI อ้างอิง ซึ่งเป็นงาน AI SEO แยกจากการซื้อโฆษณา
ใครเป็นคนเห็นโฆษณาใน ChatGPT
เฉพาะผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ผู้ใช้ Plus Pro Business และ Enterprise ไม่เห็นโฆษณา และโฆษณาจะไม่ขึ้นข้างบทสนทนาที่อ่อนไหว เช่น เรื่องสุขภาพกายและใจส่วนตัว การเมือง หรือหัวข้อที่ไม่ปลอดภัยต่อแบรนด์
สรุปสั้นที่สุด: ChatGPT Ads เปิดในไทยแล้วตั้งแต่ 23 กันยายน 2569 ลงเองได้ โฆษณาขึ้นใต้คำตอบตอนคนกำลังเปรียบเทียบ คลิกละราว 100-170 บาทที่ราคาแนะนำ และพาไปหน้าเว็บ ไม่ใช่แชท คลินิกกับธุรกิจสุขภาพในไทยยังลงไม่ได้ ธุรกิจการศึกษา บริการในพื้นที่ ท่องเที่ยว และสินค้าที่คนเปรียบเทียบก่อนซื้อ ควรลองด้วยงบแยกและวัดที่ต้นทุนต่อลีดที่ผ่านเกณฑ์ ส่วนการได้อยู่ในคำตอบของ ChatGPT ซื้อด้วยโฆษณาไม่ได้ และยังคุ้มกว่าในระยะยาว
ไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรลอง ChatGPT Ads ตอนนี้ หรือควรทำให้ชื่อคุณอยู่ในคำตอบของ ChatGPT ก่อน? ส่งประเภทธุรกิจกับงบแอดต่อเดือนมาทาง LINE ผมจะบอกตรง ๆ ว่าควรลองไหม ลองแบบไหน และตัวเลขแบบไหนที่ควรหยุด
ให้ผมประเมินว่าควรลองไหม